Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

Rajasthan ดินแดนมหาราชา 9D6N BY WE OCT - JAN 20

SKU: EHBW260801

จัยปูร์ - มันดาวา – บิคารเนอร์ -  ฮาเวลี Haveli - เมืองบิคาเนอร์ -  ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) - เมืองจัยแซลเมียร์ - ป้อมJaisalmer -  Patwon Ki Haveli Heritage - จ๊อดปูย์ (นครสีฟ้า)

 

ระยะเวลาท่องเที่ยว : 9 วัน 6 คืน
กำหนดการเดินทาง : ต.ค. - ม.ค. 63
ราคาเริ่มต้น  42,900  บาท


รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรกสนามบินสุวรรณภูมิ – จัยปูร์        

    • 20.00 น.พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออก  ประตูที่ 4-5  เคาน์เตอร์ D สายการไทยสไมล์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินเอกสารและสัมภาระ
    • 22.05 น.โดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบินที่  WE337 (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 50 นาที) บริการอาหารบนเครื่อง

    วันที่สองจัยปูร์ – มันดาวา – บิคารเนอร์ 

    • 01.15 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติจัยปูร์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองมันดาวา เป็นที่ตั้งของฮาเวลีที่ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีที่งดงามของราชสถานและคฤหาสน์หลายแห่งอยู่ในสภาพสมบรูณ์แต่ละหลังมีเอกลักษณ์ที่งดงามด้วยการแกะสลักด้วยความอ่อนช้อย  (ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4  ชั่วโมง) 

    เช้าบริการอาหารเช้า

    • นำท่านชม ฮาเวลี Haveli ตั้งอยู่ในเขต เสขาวาตี เป็นที่รู้จักในภาพสีเฟรสโก้จึงถูกขนานนามเรียกว่าเป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก  เพราะสถาปัตยกรรมที่มีชื่อของเขตนี้เรียกว่า ฮาเวลี (Haveli) เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่มีกระจายทั่วทั้งเขตมีจำนวนรวมกันเป็นหมื่นๆ หลังแต่ละหลังมีภาพจิตกรรมทั้งด้านในและด้านนอก วาดด้วยสีสันและลวดลายที่งดงามมาก ทั้งยังตกแต่งด้วยงานปูนปั้น งานแกะสลักหินและไม้ นำท่านเดินทางสู่ เมืองบิคาเนอร์ (ระยะทาง 210 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง)

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน 

    • บ่ายนำท่านชมเมืองบิคาเนอร์สมัยอดีตยังไม่มีเมืองบิคาเนอร์ บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mawar Land of the Dead พ่อค้าตามเส้นทางสายไหม ยังต้องใช้ผ่านไปมา จึงมีโจรหลายก๊ก ยึดครองพื้นที่หย่อมเล็กหย่อมน้อย และยังไม่มีใครครอบครองดินแดนแห่ง เจ้าชาย Rao Bika แห่งแคว้นโยธปุระ (จ๊อดปูร์) เกิดความน้อยใจในคำพูดพระบิดาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าเดินทางก่อนลงหลักปักฐานต่อสู้กั  บพวกโจร นำความร่มเย็นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความตาย จนชาวบ้านท้องถิ่นเข้าร่วมในการต่อสู้กับพวกโจรจนท้ายสุดเมืองบิคาเนอร์ถูกตั้งขึ้น นำท่าน ชม ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ หรือ ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) คือ วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมือง จนสามารถตั้งถิ่นฐาน แม้ผ่านการรุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งความกล้าหาญของนักรบ ช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ภายในป้อมใหญ่ แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal (ตำหนักจันทรา) Hawa Mahal (ตำหนักวายุ) เพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ใกล้ประตูสุริยา (Sun gate) ณ ป้อมปราการ Junagarh ท่านจะพบฝ่ามือจารึก บ่งบอกถึงหญิงผู้สมัครใจทำพิธี “สตี” 

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร

    • เข้าพักที่ HOTEL SAGAR BIKANER

    วันที่สามบิคาเนอร์ – แจสเมียร์   

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • นำท่านเดินทางสู่เมืองจัยแซลเมียร์ (ระยะทาง 340 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง)
    • เมืองจัยแซลเมียร์ เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตาและนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังหลายคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาล กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬาร 

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายธาร์ ห่างจากตัวเมืองออกไปราว42 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังในจัยแซลเมียร์ให้ท่านสัมผัสกับการขี่อูฐสู่ทะเลทรายธาร์ ชม Sand Dunes เนินทรายแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินบรรยายจนได้ จนได้เวลาเดินทางกลับ

    ค่ำบริการอาหารเย็น

    • เข้าพักที่ CAMP LE ROYAL, JAISALMER 

    วันที่สี่แจสเมียร์ ซิตตี้ทัวร์  

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • นำท่านเดินทางสู่ ป้อมJaisalmer เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างเต็มรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเมือง Jaisalmer ในรัฐราชสถานของอินเดีย เป็นมรดกโลก มันถูกสร้างขึ้นใน 1156 AD โดยผู้ปกครอง Rajput Rawal Jaisal จากที่มันมาชื่อของมัน ป้อมยืนอยู่ท่ามกลางผืนทรายของทะเลทราย Thar อันยิ่งใหญ่บนเนินเขา Trikuta ก่อนวันที่ราชวงศ์อังกฤษเมืองป้อมปราการเป็นที่หลบภัยและสถานีทางสำหรับคาราวานและนักเดินทางตามเส้นทางสายไหม กำแพงเมืองนี้เป็นฉากหลังสำหรับการสู้รบหลายครั้งในศตวรรษที่ผ่านมาเมื่อเส้นทางสายไหมยังคงเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างตะวันออกและตะวันตกกำแพงหินทรายสีเหลืองขนาดใหญ่ของฟอร์ตเป็นสีของสิงโตสีน้ำตาลในระหว่างวันจางหายไปเป็นสีทองผึ้งขณะที่พระอาทิตย์ตกดินซึ่งจะลวงพวงป้อมในทะเลทรายสีเหลือง ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Sonar Quila หรือ Golde n Fort ป้อมตั้งอยู่ตามขอบด้านใต้ของเมืองที่มีชื่อของมันและอาจเป็นหนึ่งในอนุสาวรีย์ที่โดดเด่นมากขึ้นในพื้นที่ที่ตั้งยอดเขาที่โดดเด่นทำให้หอคอยเหยียดยาวของป้อมปราการที่สามารถมองเห็นได้เป็นเวลาหลายไมล์

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ Patwon Ki Haveli Heritage เป็นแบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันในยุคต่างๆ สมัยโบราณเห็นวอิทธิพลเหนือสถาปัตยกรรมของราชบัทนาซึ่งเป็นช่วงยุคกลางที่เห็นถึงการหลอมรวมของราชบัลลังค์และสถาปัตยกรรมอิสลามแบบละเอียดอ่อนเป็นยุคที่เห็นการก่อสร้างส่วนใหญ่ของ Havelis นี้เป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัย เช่นรัฐมนตรีและเจ้าของบ้าน มักจะมีขนาดใหญ่มากและมีห้องพักจำนวนมากและพื้นที่เปิดโล่ง 
    • หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง Gadisar Lake ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ Jaisalmer จุดปิกนิกที่มีชื่อเสียงนี้สัญญาว่าจะดูแลสายตาของผู้เข้าชมทุกรายด้วยสภาพแวดล้อมที่น่าทึ่ง ผู้เยี่ยมชมสามารถทำให้การเยี่ยมชมของพวกเขาน่าจดจำมากขึ้นด้วยการนั่งเรือที่ทะเลสาบ การพายเรือบนน่านน้ำเมื่อพระอาทิตย์ตกดินเพิ่มความเงียบสงบของสถานที่และทำให้มีเสน่ห์มากขึ้น จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ตลาดพื้นเมืองของเมืองแจสเมียร์ เพื่อหาซื้อของฝากของที่ระลึกมากมาย

    ค่ำบริการอาหารเย็น

    • เข้าพักที่ HOTEL TOKYO PALACE, JAISALMER

    วันที่ห้าแจสเมียร์ – จ๊อดปูย์ (นครสีฟ้า) 

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • ก่อนเดินทางสู่เมืองจอร์ปรูย์ แวะชม BADA BAGH คือ อนุสรณ์สถานของมหาราชา หรือที่เรียกว่า CENOTAPHS ที่สวยงามราวกับภาพลวงตาที่ปรากฎอยู่กลางทะเลทราย อนุสรณ์สถานแห่งนี้อยู่ห่างป้อมกำแพงเมืองไจซัลเมียร์ไปทางเหนือ ~ 7 กม. การก่อสร้างเป็นไปอย่างประณีตโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบมุสลิม และแบบฮินดู ตามแต่นักปกครองแต่ละคนว่านับถือศาสนาใด รอบๆ อนุสรณ์สถานจะแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ประเภท Mango groves, Thorny khejri trees.
    • นำเดินทางสู่ เมืองจ๊อดปูร์ (ระยะทางประมาณ 295 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 5.30 ชั่วโมง) เมืองโรแมนติกแห่งนครสีฟ้า หรือ เมืองโยธะปุระถือเป็นเมืองเก่าแก่ของพวกราชบุตรเป็นต้นกำเนิดของอีกหลายราชวงศ์เช่นราชาแห่งบิคาเนอร์ก็เคยเป็นเจ้าชายแห่งจ๊อดปูร์ความเก่าทำให้เมืองนี้มีมนต์ขลังเป็นศูนย์กลางของราชาสถานตั้งแต่อดีตกาลนานหลายร้อยปี

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน

    • บ่ายนำท่านชม นครสีฟ้า เมืองแห่งนักรบที่แกร่งกล้าจากหน้าประวัติศาสตร์ของชาวราชปุต ชม ป้อมเมห์รานการห์ ซึ่ง เป็นที่ตั้งขอพระราชวังมหาราชาแห่งจ๊อดปูร์ ตั้งอยู่บนเขาสูงจากพื้น 125 เมตร มีกำแพงล้อมรอบยาวกว่า 5 กม. นับเป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ชมพระราชวังที่มีการแกะสลักลวดลายอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะช่องพระแกลแห่งวังชโรคาส อันอ่อนหวานงดงามด้วยลวดลายของพรรณพฤกษา จำหลักจากหินทราย ตำหนักมุกโมติมาฮาล ตำหนักแก้ว ซีสมาฮาล อนุสรณ์สถานจาสวานต์ธาดาที่สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาทรงปรางค์ปราสาท ประดับโดยหินอ่อนขนาดเล็กที่เรียกว่าฉัตรีโดยรอบรำลึกถึงมหาราชาจาสวานต์ซิงห์ที่ 2  ชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติล้ำค่าข้าวของเครื่องใช้ของมหาราชาราชปุต นำท่านสัมผัสนครสีฟ้า สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน เลือกซื้อของพื้นเมืองของที่ระลึกในตลาดบาร์ซาร์โบราณ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนค้าขายของเหล่าขบวนคาราวานมาแต่อดีต ตั้งอยู่กลางใจเมืองจ๊อดปูร์ แหล่งศิลปะ หัตถกรรม เครื่องเงิน กำไล ผ้ามัดย้อมสีสด เครื่องหนังมากมาย 

    ค่ำบริการอาหารเย็น

    • เข้าพักที่ HOTEL TRULYY RUDRANSH, JODHPUR

    วันที่หกจ๊อดปูย์ – รานัคปูร์ – อุไดปูร์ (นครสีขาว)  

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • นำท่านเดินทางสู่เมืองอุไดร์ปูร์  (ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะชม เมืองรานัคปูร์ Ranakpur นำท่านชม วัดเชน เป็นวิหารของศาสนาเชน หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งอินเดีย สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภา  ยในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง  1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักลวดลายอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตรทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้ จำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า "รานัคปูร์" เพื่อเป็นเกียรติแด่ มหารานา แห่งราชาอาณาจักร ผู้อนุญาตให้สร้างวัด

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน    

    • นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอุไดร์ปูร์ (ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชาสถาน และตั้งอยู่ริมทะเลสาบฟิโชล่า เป็นราชธานีแห่งที่สองของอาณาจักร Mewar อุไดปูร์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านความโรแมนติกและเพียบพร้อม ไปด้วยความงามของทะเลสาบ พระราชวังและน้ำพุที่สวยงามเรียกขานกัน Jewel of Mewar, Udaipur ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมหาราชาใจสิงห์ในศตวรรษที่ 16  เมือง Udaipur รับรองสามทะเลสาบใหญ่ Pichhola, Fatehsagar และ Udaisagar  ราชาสถานอินเดีย  ในทะเลสาบ Pichhola ยืนที่ mandir เป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงในยุคราชวงศ์  ถูกปกครองโดย Sisodias สำหรับปี 1200  Udaipur เป็นหนึ่งในที่สุดลังจากที่หาแหล่งท่องเที่ยวของราชาอินเดียจะเรียกว่า City of Lakes  ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายภาษาฮินดีได้ถูกยิงในสถานที่งดงามของ Udaipur India  ตั้งอยู่ท่ามกลาง Aravalli Hills ของราชาอินเดียและทะเลสาบสีฟ้าใสของ Udaipurให้ภาพที่สมบูรณ์แบบฉากหลัง นำท่านล่องเรือบนทะเลสาบ Pichola Lake ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบที่มีฉากเป็นมหาราชวังอย่างเช่น Lake Palace ในยามเย็นแสงอาทิตย์กระทบวังที่ทำด้วยหินอ่อนจับแสงแดยามเย็นเป็นสีทองและสะท้อนให้เกิดภาพเงาในทะเลสาบสวยงาม 

    ค่ำบริการอาหารค่ำ

    • เข้าพักที่ HOTEL DEVRAJ NIWAS, UDAIPUR

    วันที่เจ็ดอุไดปูร์ – พุชการ์ – จัยปูร์  (นครสีชมพู)        

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • วัดจักดิศ (Jagdish Temple) เป็นวัดฮินดูที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุไดปูร์ มีอายุเกือบ 400 ปี สร้างในปี ค.ศ.1651 ในสมัยของมหารานาจากัต ซิงห์ที่ 2 (Maharana Jagat Singh II) เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยภายในมีหินสีดำแกะสลักเป็นรูปจากานนาท ซึ่งเป็นภาคหนึ่งชองพระวิษณุ และยังมีจุดเด่นอยู่ตรงการแกะสลักผนังวัดเป็นรูปนางอัปสรา และสัตว์ลักษณะต่างๆ อย่างละเอียด โดยภายในวิหารไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ภาพนอกวัดถ่ายได้ ใกล้ๆกับวัดจักดิศมีร้านขายสินค้าที่ระลึกมากมาย
    • นำท่านเข้าชม พระราชวังซิตี้พาเลซ  (City Palace) เมืองอุไดปูร์ หรือ พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสีนับเป็นพระราชวังที่ใหญ่สุดในราชาสถานเพราะมีพื้นที่กว่าสองหมื่นตารางเมตร ส่วนของอาคารสูงสุดวัดได้ 11 เมตร และยาวเหยียดติดทะเลสาบพิโคล่า ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดการแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม พื้นที่ภายในพระราชวังแห่งนี้ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกที่ติดกับทางเข้าทั้งแถบ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนที่สองเป็นที่พักของมหารานาคนปัจจุบันและครอบครัว และส่วนสุดท้ายเป็นโรงแรมหรูมีชื่อว่า ฟาเตห์ปรากาชพาเลซ (Fateh Prakash Palace Hotel) และ โรงแรมชีฟนิวาสพาเลซ ส่วนต่างๆของพระราชวังซิตี้พาเลซได้แก่ ห้องแสดง Chetak ม้าคู่ใจของมหารานา Courtyard Madan Vilas ชมวิวพระราชวังกลางทะเลสาบ,ตำหนักดิลคูสชัลมาฮาล, ห้องคันช์กีบาร์ช และ พระตำหนักโมติมาฮาล, หรือ เพิร์ล  พาเลซ
    • เที่ยงอิสระอาหารกลางวัน 
    • บ่ายนำท่านเดินทาไปยังเมืองจัยปูร์ (ระยะทาง 393 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) ระหว่างทางผ่าน เมืองพุชการ์ (หากมีเวลามากพอ) แวะระหว่างทางพักผ่อนดื่ม ชา กาแฟ ระหว่างทาง ชมทะเลสาบพุชการ์ เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาฮินดู มีตำนานเล่าถึงกำเนิดของทะเลสาบแห่งนี้หลายตำนาน แต่ส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องกับพระพรหมณ์เป็นหลัก มีตำนานเล่าว่ากลีบดอกบัวจากพระหัตถ์ของพระพรหมณ์ร่วงหล่นลงมาที่แผ่นดิน ซึ่งก่อให้เกิดทะเลสาบพุชการ์ขึ้นนั่นเอง ทะเลสาบแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบแห่งพระเจ้า และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าสาวกที่นิยมเดินทางมาแสวงบุญเป็นประจำ ทุกๆปีจะมีชาวฮินดูนับพันเดินทางมาแสวงบุญและอาบน้ำ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งรอบๆทะเลสาบจะมีสถานที่สำหรับอาบน้ำหรือแช่น้ำประมาณ 50 แห่ง โดยชาวฮินดูเชื่อว่าการแช่น้ำในทะเลสาบพุชการ์จะช่วยชำระล้างบาปและมีความเชื่อว่าจะทำให้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ คล้ายๆกับการอาบแม่น้ำคงคา และยังมีการบูชาพระพรหมณ์ที่ทะเลสาบแห่งนี้ ด้วยการลอยดอกไม้ลงไปในน้ำ และไปสวดภาวนาที่วิหารพระพรหมณ์ หรือวัดฮินดูกว่า 400 วัดรอบๆทะเลสาบนั่นเอง นอกจากนี้วิวของทะเลสาบพุชการ์ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บริเวณทะเลสาบจะล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนและวัดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีโทนสีเดียวกันเช่นสีขาว สะท้อนกับผืนน้ำ รวมทั้งฉากหลังของเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขา เป็นภาพที่มีเสน่ห์และงดงาม
    • จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองชัยปุระ หรือเมืองสีชมพู (ระยะทาง 145 กม. ประมาณ 2.30 ชม.) เป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐราชสถาน อีกทั้งเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด สิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะในบริเวณตัวเมืองเก่านั้นได้รับการทาสีให้เป็นสีชมพู แต่คนส่วนใหญ่เห็นมันเป็นสีส้มแดงมากกว่า สาเหตุที่เมืองนี้ถูกทาสีชมพู ในสมัยของมหาราชา Ram Singh อินเดียยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เพื่อต้อนรับกษัตริย์ Edward VII จากสหราชอาณาจักร (ในสมัยที่ดำรงพระยศเป็น Prince of Wales ) เมื่อปี ค.ศ.1853 จึงมีรับสั่งให้ราษฎรทาสีบ้านเรือนเป็นสีชมพู เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์เจ้าอาณานิคม จัยปูร์ในอดีตถือเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากทั้งด้านวัตถุและวิทยาการสถาปัตยกรรมจะสังเกตได้จากวังและป้อมโบราณตลอดจนบ้านเรือนที่พักอาศัย

    ค่ำบริการอาหารค่ำ

    • เข้าพักที่ HOTEL COMFORT INN, SAPPHIRE, JAIPUR

    วันที่แปดจัยปูร์ -ซิตี้ทัวร์  

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • จากนั้นนำท่านนั่งรถจี๊ปชมพระราชวัง แอม  เบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมั  ยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่างแวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า 
    • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง Step Well  คือบ่อน้ำใหญ่ เป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนในการขุดเจาะน้ำบาดาลไว้ใช้และทำเป็นบันไดเพื่อลงไปเอาน้ำได้ ซึ่งเป็นการผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมเอาไว้ และใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจพบปะเพื่อนฝูงได้อีกด้วย 

    เที่ยงบริการอาหารกลางวัน    

    • นำชมพระราชวัง City Palace พระราชวังนี้ มีชื่อเสียงในเรื่องของงานจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก เห็นแล้วเชื่อเหลือเกินว่าลายผนัง กระเบื้องงามๆ ในโลกอยู่ที่พระราชวังในเมืองชัยปุระหม  ดแล้วจริงๆ ทั้งงานแกะสลักและงานตกแต่งแก้วสี  ภายในมีสวนและพระตำหนักต่างๆ มากมาย หลายส่วนได้ก่อสร้างเพิ่มเติม ซ่อมแซมจนเห็นความใหม่ ภายในพระราชวังแห่งนี้ได้ชัดเจน ปัจจุบันนอกจากส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงทรัพย์สมบัติของอดีตมหาราชาและมเหสีต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ของใช้ รวมถึงภาพวาด ภาพถ่าย เพื่อแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของมหาราชา สำหรับท่านใดต้องการขึ้นไปถ่ายรูปที่ ห้อง Blue palace เพิ่มอีกท่านละ 3,500 รูปี โปรดแจ้งล่วงหน้าค่ะ 
    • นำชม ฮาวา มาฮาล แปลว่า พระราชวังแห่งสายลม เป็นพระราชวัง ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุ  ออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม "ปูร์ดาห์" (หรือ ผ้าคลุมหน้า)พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู และสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของชัยปุระ โดยเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้พาเลส (City Palace) ซึ่งอยู่ในบริเวณติดกันกับเซนานา (Zenana) หรือฮาเร็ม  จากนั้นนำท่านอิสระเลือกซื้อเสื้อผ้า ของฝากมากมาย 
    • นำชม Patrika Gate ประตูที่ 9 ของแคว้นชัยปุระซิตี้ สร้างโดยมหาราชาไสว ไจสิงห์ (หากมีเวลา) ด้านตกแต่งลวดงามสวยงาม

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร

    • จากนั้นนำท่านสู่สนามบินจัยปูร์ 

    วันที่เก้าจัยปูร์ – กรุงเทพฯ                       

    • 02.15 น.โดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบิน WE338 เหินฟ้าสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ
    • 08.15 น.เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ...........
    • หมายเหตุ
    • เวลาที่ปรากฏในโปรแกรมกับการปฏิบัติจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อย
    • ขอให้ท่านรับทราบคำแนะนำการเปลี่ยนแปลงการนัดหมายเวลาในการทำกิจกรรมอีกครั้งจากหัวหน้าทัวร์
    • บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงรายการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบินโรงแรม / ที่พัก / ภูมิอากาศภัยธรรมชาติ  / การนัดหยุดงานฯลฯตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง ภายในอันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ
฿42,900.00ราคา