Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

NAMASTE NEPAL 5D4N BY TG MAY - JAN 63

SKU: HMTBW070502

ยอดเขานากาก๊อต – กาฐมัณฑุ  - วัดปศุปฏินาถ- พระราชวังเมืองปาทัน-วัดพุทธนาถ-อิสระช้อปปิ้งทาเมล - เมืองโภครา - ซารางก๊อต - วัดบินดาบาซินี - แม่น้ำเซติ - น้ำตกเดวิส - ศูนย์อพยพชาวทิเบต


ระยะเวลาท่องเที่ยว : 5 วัน 4 คืน
กำหนดการเดินทาง : พ.ค. - ม.ค. 63
ราคาเริ่มต้น 39,999  บาท


รายละเอียดเพิ่มเติมPDF
 

  • วันแรกกรุงเทพฯ – กาฐมัณฑุ  (วัดสวยมภูนาถ – พระราชวังกาฐมัณฑุ – ชมโชว์พื้นเมือง)(-/-/D)

    • 08.00 น.คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3-4 เคาน์เตอร์ D สายการบิน  THAI  AIRWAYS (TG)  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระต่างๆ แก่ท่านกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. 
    • 10.15 น.ออกเดินทางสู่ เมืองกาฐมัณฑุ KATHMANDU โดย THAI AIRWAYS 
    • เที่ยวบินที่ TG 319 (มีอาหารบริการบนเครื่องบิน ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.)
    • 12.25 น.ถึง...ท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ (KATHMANDU) เป็นเมืองหลวงของประเทศเนปาล หุบเขานี้ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,336 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และยังเป็นที่รวบรวมรดกทางวัฒนธรรมของเนปาลเอาไว้ เนื่องจากหุบเขาแห่งนี้เป็นแหล่งวัฒนธรรมเนวารีโบราณ ชนเผ่าเนวาร์อาศัยอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้และได้สร้างอารยธรรมที่สำคัญขึ้นบน 3 เมือง ซึ่งได้แก่ กรุงกาฐมาณฑุ ปะฏันและภักตะปุร์ ความสำเร็จทางด้านศิลปะของชาวเนวาร์ ได้แก่ วัดและปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยฝีมืออันประณีต ฝีมือแกะรูปสลักและโลหะที่ละเอียดอ่อน เสาไม้แกะสลัก และโบสถ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดด้วย ......หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว 
    • จากนั้นนำท่านสักการะ สถูปสวยมภูนาถ (SWAYAMBHUNATH) หรือวัดลิง เป็นเจดีย์ของชาวพุทธ (BUDDHIST CHAITYAS) ที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก กล่าวกันว่าน่าจะมีอายุถึง 2,000 ปี เลยทีเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ ในปี พ.ศ.963 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ ส่วนตรงฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรม หรือ WISDOM EYES ของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน ตัวสถูปตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ของหุบเขากาฐมาณฑุ จึงทำให้เห็นทิวทัศน์เหนือหุบเขาที่แสนงดงาม สถูปแห่งนี้เป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดของเนปาล อีก ทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธกับฮินดู โดยองค์การยูเนสโกได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2522
    • นำท่านชมพระราชวังกาฐมัณฑุ “HANUMANDHOKA OF KATHMANDU DURBAR SQUARE”  หรือ พระราชวังหนุมานโธกา (HANUMAN DHOKA PALACE OR ROYAL PALACE) เป็นอาคารแบบยุโรปสีขาว มีหอสูง 9 ชั้นที่เรียกว่า หอพะสันตะปุร์ (BASANTAPUR TOWER) พระราชวังนี้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมอันสำคัญในราชวงศ์จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ (KATHMANDU DURBAR SQUARE) จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ แห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดและปราสาทที่เก่าแก่ ซึ่งแสดงภาพความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ จัตุรัสแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปีพ.ศ. 2522 
    • นำคณะเยี่ยมชมวัดกุมารี หรือกุมารี ฆระ (TEMPLE OF KUMARI OR KUMARI GHAR) ที่พำนักของเทพธิดากุมารี (ตามความเชื่อของชาวเนปาลนั้น กุมารีคือตัวแทนแห่งพระอุมาเทวี เป็นเทพบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดโลกมนุษย์ ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากเด็กหญิงอายุ 3-5 ปีจากตระกูลศากยะหรือตระกูลของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ชาวเนปาลนับถือกุมารีดุจเทพเจ้าและมักจะขอพรให้ประสบความสำเร็จ กุมารีมีหน้าที่ทำพิธีบูชาเทพธิดาแห่งเตาไฟ หรือเทพธิดาแห่งการดำรงชีพ (LIVING GODDESS) และในช่วงเทศกาลอินทรา ยาตราที่เวียนมาปีละครั้งกษัตริย์เนปาลจะมาหากุมารีเพื่อรับพรจากเธอ
    • ชมกาฐมาณฑป (KASTHAMANDAP) เป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่สุด และเป็นกำเนิดของชื่อเมืองกาฐมาณฑุ ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับวัดกุมารี กล่าวกันว่าสถานที่นี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ลักษมีนาสิงห์ มัลละ (KING LAXMI NARSINGHA MALLA) ในตอนต้นศตวรรษที่ 16 และสร้างจากต้นสาละเพียงต้นเดียว…ชมหนุมานโธกา (HANUMAN DHOKA) รูปปั้นหนุมานตั้งบนแท่นสูงตรงประตูพระราชวัง มีประชาชนมาสักการะอยู่เสมอเสมือนเทพองค์หนึ่ง...ชมวัดตะเลชุ (TALEJU TEMPLE) วัดประจำองค์พระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีความเชื่อว่าเทพตะเลชุคือเทพที่ปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์และประเทศเนปาล สร้างโดยกษัตริย์มเหนทรา มัลละ (KING MAHENDRA MALLA) ในปี พ.ศ. 2092 …สักการะกาฬ ไภราพ (KALA BHAIRAB) รูปสลักขนาดใหญ่ของพระอิศวรปางดุร้าย เดิมทีนั้นพบที่ทุ่งนาตอนเหนือของตัวเมืองในศตวรรษที่ 18 เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ส่วนมากจะใช้ตัดสินคดีความโดยจะนำคนที่พุดเท็จมาสาบานต่อหน้ารูปสลักแห่งนี้

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ  พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมของชาวเนปาลี  ลิ้มรสอาหารพิเศษ โม โม เกี๊ยวซ่าเนปาลแท้ๆ  ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศเนปาล 

    • พักที่ ณ Hyatt Regency Kathmandu   หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย 

    วันที่สองกาฐมัณฑุ –  เมืองโภครา (ล่องเรือทะเลสาบเฟว่า-อิสระช้อปปิ้ง)(B/L/D)

    07.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  โภครา “POKHARA” (โดยรถโค้ชระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง) 
    • หุบเขาโปขระ โภครา หรือโภครา (POKHARA VALLEY) เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ท่ามกลางวงล้อมของหุบเขาอรรณาปูรณะ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 827 เมตร และเป็นจุดชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุด เนื่องจากห่างจากบริเวณเทือกเขาแค่ 30 กิโลเมตร   ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเนปาลในการเริ่มต้นเดินทางผจญภัยและล่องแพมีทั้งทะเลสาบพีวาและยอดเขามัจฉาปูชเรที่สูงเด่นตระหง่าน (6,977 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล) เป็นฉากหลังของหุบเขาแห่งนี้ ก่อเกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและมีมนต์ขลัง หุบเขาที่อยู่รายล้อมโปขระเปรียบเสมือนบ้านของหมู่ไม้ที่ขึ้นอยู่ขนัดแน่น มีแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ทะเลสาบใสแจ๋ว และทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัยที่มีชื่อเสียงของโลก 

    เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ ภัตตาคารระหว่างทาง 

    • บ่ายถึง.. “หุบเขาโภครา” เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 รองจากกาฐมาณฑุจากที่นี่จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของเธาละคีรี (DHAULAGIRI) มนะสลู (MANASLU) มัจฉาปูชเร (MACHHAPUCHHRE) และยอดเขาอรรณาปุรณะ (ANNAPURANA) ทั้ง 5 ยอด….ระหว่างทาง ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามและวิถีชีวิตของชาวชนบทในประเทศเนปาล  เส้นทางสายนี้มีชื่อเสียงมากในด้านความงดงาม    
    • จากนั้น นำท่านล่องเรือทะเลสาบเฟวา (PHEWA LAKE) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ภาพความงามของทะเลสาบพีวาสะท้อนภาพยอดเขามัจฉาปูชเรที่มีรูปร่างคล้ายหางปลานั้นเป็นภาพที่มีมนต์ขลังให้นักท่องเที่ยวอยากไปเยือนสักครั้ง 
    • ตรงกลางทะเลสาบเป็นที่ตั้งของวัดบาลาฮี (BARAHI TEMPLE) ซึ่งมีสถูปสีขาวชื่อบาลาฮีลอยเด่นตัดกับพื้นน้ำสีเขียวมรกต นำท่านสักการะ วัดบาลาฮี วัดที่มีเทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองโภครา ทุกวันเสาร์จะมีการบูชายัญสัตว์แด่เทพธิดาที่มีพลังที่สุด 
    • จากนั้นอิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ในโภครายามเย็น บริเวณรอบๆ ทะเลสาบมีร้านอาหารและร้านค้ากระจัดกระจายอยู่แบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี..จนถึงเวลานัดหมาย นำท่านเดินทางกลับโรงแรม

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ  โรงแรม

    • เข้าสู่ที่พัก ณ  POKHARA GRAND HOTEL  หรือเทียบเท่า  อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันที่สามเมืองโภครา (ซารางก๊อต-วัดบินดาบาซินี-แม่น้ำเซติ-น้ำตกเดวิส-ศูนย์อพยพชาวทิเบต) –  กาฐมัณฑุ (พระราชวังภัคตาปูร์  - ยอดเขานากาก๊อต)(B/L/D)

    • ปลุกตื่นนำท่านเดินทางสู่ยอดเขา ซางรางก๊อต “SARANGKOT” เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ณ ยอดเขามัจฉาปูชเร เทือกเขาหิมาลัยอรรณาปุรณะ ทั้ง 5 ยอด โดยเฉพาะยอดเขาอรรณาปุรณะ 1 ที่สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก ชมวิวของเทือกเขาหิมาลัยและแม่น้ำเซติเป็นฉากหน้าอยู่ด้านล่าง ชมพระอาทิตย์ขึ้นเห็นแสงสีทองตัดกับยอดเขาหางปลาและเทือกเขาอานาปูระได้อย่างสวยงามยิ่ง พร้อมจิบชา กาแฟอุ่นๆ ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะอย่างสบายอารมณ์... ได้เวลาอันสมควรนำท่านกลับสู่โรงแรม
    • ระหว่างทาง    นำท่านแวะสักการะวัดบินดาบาซินี “BINDHABASANI” วัดฮินดู วัดนี้สร้างในปี 1845 เพื่อถวายแด่เทพธิดา บาวานี เทพธิดา วัดนี้ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในเมืองโภคราและวัดนี้เป็นวัดที่ชาวเมืองนี้หรือต่างเมืองนิยมมาแต่งงานกันอีกด้วย บริเวณรอบๆวัดจะมีของที่ใช้ในการแต่งงานขายในช่วงของเทศกาลงานแต่งงาน และมีของสำหรับใช้บูชาเทพธิดาบาวานีขายจัดอยู่ในถาด จะมีมะพร้าวซึ่งแทนสัญลักษณ์ของสัตว์หนึ่งชีวิตใช้สำหรับบูชายัญ ดอกไม้ ผงติกะ ขนม และเฉพาะวันอังคารและวันเสาร์ จะมีพิธีทำบุญหรือถ้าเป็นวันพิธีสำคัญใหญ่ๆ มีการบูชายันด้วยสัตว์เล็กและใหญ่ตลอดทั้งวัน

    08.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    • นำท่านชม น้ำตกเดวิส (DEVI’S FALL) น้ำตกที่ตั้งชื่อตามนายเดวิสที่มาเสียชีวิตพร้อมคู่รัก ณ ที่แห่งนี้ น้ำตกแห่งนี้แปลกกว่าที่อื่นตรงที่ต้องชะโงกหน้าก้มลงไปดู เพราะเป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวลงจากลำธารลงสู่ช่องเขาเบื้องล่างลึกลงไปกว่า 100 เมตร นับว่าเป็นน้ำตกที่มีความลึกที่สุด 
    • ชมค่ายอพยพชาวทิเบต (TIBETAN REFUGEE CAMP) ศูนย์วัฒนธรรมชาวทิเบต เมืองโภครา ประเทศเนปาล และเป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นอยู่ ของชาวทิเบตในเนปาล ซึ่งได้อพยพมาทางตอนเหนือของเนปาล ในคราวที่จีนบุกกรุงลาซา ค่ายก่อตั้งขึ้น
    • ในปี 1960 เชิญทุกท่านสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบต ชมกรรมวิธีผลิตพรมขนสัตว์แบบชาวบ้าน และเลือกซื้อของฝากสินค้าพื้นเมืองน่ารักๆ ได้ที่นี่

    12.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

    • 13.00 น.นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เมืองกาฐมัณฑุ เพื่อเดินทางสู่เมืองโภครา
    • 14.00 น.ออกเดินทางสู่เมืองโภครา  โดยสายการบิน BHUDDHA AIRLINES เที่ยวบินที่ .......
    • 14.30 น.ถึง...เมืองกาฐมัณฑุ  นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปัคตาปูร์ (BHAKTAPUR) เป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศเนปาล โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในเขตบากมาติ (BAGMATI) ซึ่งเป็น 1 ใน 14 เขตของประเทศ ปัจจุบันถือว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งอัญมณีทางวัฒนธรรมของเนปาล" อีกด้วย และด้วยความงดงามของเมืองของเมืองนี้ จึงเคยถูกจำลองเป็นฉากในภาพยนตร์ “LITTLE BUDDHA” และยังได้รับการยกย่องให้เป็น มรกดโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การยูเนสโก
    • 16.30 น.นำท่านเดินทางสู่ เมืองนากาก็อต (NAGARKOT) ในอ้อมกอดของหิมาลัย  (ประมาณ 2 ชม.) ดินแดนธรรมชาติที่เป็นจุดสูงสุดที่จะชมหิมาลัยด้านทิศตะวันออก รวมถึงจะสามารถมองเห็นยอดเอเวอร์เรส … หรือ “สกลมาตา” ตามชื่อที่ชาวเนปาลเรียกขานกัน .. พุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า เป็นทิวแบบพาโนรามาจากตะวันตกไปสุดตะวันออกโดยไม่มีอะไรมาปิดบังสูงจากระดับน้ำทะเล 2,164 เมตร นากาก็อต เมืองที่ชมพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม และเป็นจุดชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน นากาก็อต เป็นเมืองตากอากาศของชาวเนปาลี ..
    • 18.00 น.ถึงเมืองนากาก็อต “NARKAKOT”  อิสระตามอัธยาศัยชมวิวบริเวณโรงแรมที่พัก..จนถึงเวลานัดหมาย

    19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

    • ที่พัก CLUB HIMALAYA RESORT  หรือเทียบเท่า และอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันที่สี่ยอดเขานากาก๊อต – กาฐมัณฑุ  (วัดปศุปฏินาถ- พระราชวังเมืองปาทัน-วัดพุทธนาถ-อิสระช้อปปิ้งทาเมล)  (B/L/D)

    • 05.00 น. ให้ท่านได้สูดอากาศยามเช้าตรู่และเก็บภาพความสวยงามของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องตัดกับหิมะขาวนวลที่ปกคลุมเทือกเขาหิมาลัยทอดตัวยาวละเลียด บ่งบอกถึงเส้นขอบฟ้าและพื้นดินของยอดเขาเอเวอร์เรสท์ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจนไม่อาจจะกระพริบตาได้ “เทือกเขานากาก๊อต” จากทิศตะวันออกของหุบเขานี้จะ สามารถมองเห็นภูเขาหิมาลัยโดยรอบซึ่งประกอบด้วยยอดเขา 5 ยอด จากจำนวนยอดเขา 10 ยอดที่สูงที่ในโลกได้แก่ ยอดเขาเอเวอร์เรสท์ (EVEREST) โลดเส (LHOTSE) โชยู (CHO YU) มาลาคู (MAKALA) และ มานาสรู (MAMASLU)...อิสระบันทึกภาพวิวตามอัธยาศัย
    • *** หมายเหตุ ท่านจะสามารถที่จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นเป็นสำคัญ***

    07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

    • 08.00 น.นำท่านเดินทางสู่ เมืองกาฐมัณฑุ และนำท่านชม วัดปศุปฏินาถ (PASHUPATINATH TEMPLE)  วัดนี้มีหลังคาทำด้วยทองซ้อนกัน 2 ชั้น และประตูเงิน ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดวัดหนึ่งในศาสนาฮินดูของเนปาล ถึงแม้ผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้าไปภายในวัดแห่งนี้ นักท่องเที่ยวก็สามารถชมตัววัดและดูกิจกรรมที่มีขึ้นภายในอาณาเขตของวัดได้ชัดเจน จากบนฝั่งด้านตะวันออกของแม่น้ำพัคมาตี โดยที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนวัดแห่งนี้เป็นมรดกโลกแล้วในปี พ.ศ. 2522 วัดนี้มีความสำคัญในช่วงเทศกาลศิวะราตรี  
    • จากนั้นนำท่านชม “เมืองปาทัน” นครแห่งความสวยงาม เมืองปาทัน “PATAN” เมืองแห่งศิลปะอันวิจิตรงดงามที่สำคัญ 1 ใน 4 เมือง นครแห่งความสวยงาม ด้วยปะติมากรรมและฝีมือช่างของประเทสเนปาล ที่ประกอบไปด้วยพระราชวังโบราณน้อยใหญ่ ภายในเมืองลิลิตปูร์ หรือเมืองปาทัน.เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำบัคมาตี สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 
    • ปาทันได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งความงาม (CITY OF BEAUTY) เป็นเมืองที่รู้จักกันในนามของเมืองแห่งศิลปะอีกด้วย โดยเฉพาะชื่อเสียงทางศูนย์กลางงานหัตถศิลป์ของชาวทิเบตอพยพ มีชื่อเสียงในเรื่องพระพุทธรูป นับเป็นนครโบราณที่ยังมีชีวิต ภายในเมืองเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาฮินดูและสิ่งปลูกสร้างในพุทธศาสนา สืบเนื่องมาจากความหลากหลายของวัฒนธรรมในยุคกลางทำให้ทั้งศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธเฟื่องฟูในแถบนี้ เมืองปะฏันนี้นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองชิ้นเอกแบบเนวารี มีถนนโบราณตัดตามแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตกแบ่งเมืองออกเป็น4 ส่วน โดยมีจัตุรัสปาตัน ดูร์บาร์และพระราชวังปาทันเป็นศูนย์กลาง
    • ชมพระราชวังปาทัน (PATAN PALACE) ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมแบบศิขะระ (SHIKHARA STYLE) ของเนปาล ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์ ในเขตพระราชวังและจัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์ประกอบไปด้วย “ฉอก” (CHOWK) หรือ “ลาน” ที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ มุลกลาง ฉอก (CENTRAL MUL CHOWK) สุนทร ฉอก (SUNDARI CHOWK) และเกศาร์ นารายัณ ฉอก (KESHAR NARAYAN CHOWK) บริเวณตรงกลางสุนทรี ฉอกมีห้องอาบน้ำหลวง (ROYAL BATH) ที่เรียกว่าตุศาหิตี (TUSHAHITY) ซึ่งนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมหินชิ้นสำคัญด้วย จัตุรัสนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง
    • ชมกฤษณะ มัณฑีร์ (KRISHNA MANDIR) สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2180 ตรงข้ามกับสุนทรีย์ ออกเป็นวัดแห่งองค์พระกฤษณะ นอกจากนี้ยังเป็นวัดเดียวในเนปาลที่มีเจดีย์ 21 องค์ที่ทำจากหินแกรนิตสีเทาทั้งหมด
    • วัดทอง (GOLDEN TEMPLE) หรือวัดหิรัณยะวรรณะ มหาวิหาร (HIRANYA VARNA MAHAVIHAN) เป็นวัดในพุทธศาสนา ลักษณะเป็นเจดีย์สูง 3 ชั้นหลังคาทำด้วยแผ่นทองเป็นเส้นยาวลงมาจรดพื้นดินซึ่งสร้างตามความเชื่อที่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เดินไปสู่สวรรค์ นอกจากนี้วัดยังประดับตกแต่งด้วยทองเหลืองและทองแดงจนอร่ามเรือง สมกับเป็นวัดเก่าแก่นับพันปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองปาทัน มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปีพ.ศ. 2522  

    13.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

    • 14.00 น.จากนั้นนำท่านสู่ย่านทาเมล (THAMEL) เป็นศูนย์กลางความเจริญของกรุงกาฐมัณฑุ สองข้างทางเต็มไปด้วย โรงแรมที่พักราคาถูก ร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จึงเป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเนปาลเพื่อการวางแผนท่องเที่ยวในที่ต่างๆ นอกจากนี้ย่านทาเมลยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะสินค้าจำพวกหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องประดับที่ทำจากหินต่างๆ และอุปกรณ์สำหรับการเดินปีน ลักษณะคล้ายกับถนนข้าวสารของเมืองไทย แต่สินค้าหลากหายกว่าเยอะ ถนนข้าวสารบ้านเรา อาทิ ผ้าพาสมีน่า กระเป๋า เสื้อผ้า และของที่ระลึกอีกมากมาย ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้ตามความพอใจของท่านซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวกันจริงๆ

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารครัวไทย (อาหารไทย)

    • พักที่ ณ Hyatt Regency Kathmandu  Rหรือเทียบเท่าอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันที่ห้ากาฐมัณฑุ– กรุงเทพฯ(B/-/-)

    07.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟต์นานาชาติ)

    • นำท่านสักการะโพธินาถ หรือพุทธนาถ (BOUDHANATH) เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาลบนเจดีย์มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (WISDOM EYES) ทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบวัดเป็นแหล่งชุมชนของชาวพุทธมหายานจากทิเบตที่อพยพเข้ามาเมื่อปีพ.ศ. 2502 จึงจะเห็นพระทิเบตและคนทั่วไปยืนแกว่งล้อมนต์พร้อมกับสวดมนต์อยู่ทั่วไป องค์การยูเนสโกขึ้นได้ทะเบียนสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2522 
    • 11.30 น.นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ ตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ
    • 13.40 น.เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG 320
    • 18.10 น.ถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจไม่รู้ลืม...
฿39,999.00ราคา