Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

สังเวชนียสถาน ทัชมาฮาล 9D7N BY AI OCT - DEC 19

SKU: HMTBW081001

เดลลี - อัครา - อัชดัม(Swaminrayan Akshrdham) - ทัชมาฮาล - พระราชวังอัคราฟอร์ด   Agra Fort -  เมืองสารวัตถี (อินเดีย) – เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล) - เมืองสารวัตถี - เมืองกุสินารา – เมืองพาราณสี 


ระยะเวลาท่องเที่ยว : 9 วัน 7 คืน
กำหนดการเดินทาง : ต.ค. - ธ. ค. 62
ราคาเริ่มต้น  45,200  บาท


รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันที่-1กรุงเทพฯ- เดลลี-อัครา

    • 06.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว W เคาน์เตอร์ สายการบิน AIR INDIA โดยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ  คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน 
    • พิเศษ!! บริการอาหารว่าง + น้ำดื่ม 1 ขวดเล็กก่อนขึ้นเครื่อง
    • กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บเป็นต้นกรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลวอาทิ ครีมโลชั่นน้ำหอมยาสีฟัน เจลสเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน10 ชิ้นในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. 
    • 08:55 น. สู่ เมืองเดลลี โดยสายการบิน   AIR INDIA   เที่ยวบินที่ AI333
    • (บริการอาหารบนเครื่อง)(ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง) 
    • 12:00 น.ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว 
    • จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม อัชดัม(Swaminrayan Akshrdham)  สรวงสรรค์บนดิน ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอินเดียกว่า 10,000 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดงถึงจิตวิญญาณของอินเดีย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ของศาสนาฮินดู สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสีชมพูดูสวยงามากๆ วัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลี ซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน วัดอัคชาร์ดาม ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อ ปี 1968 แต่ก็ยังก่อสร้างได้ไม่มากนัก จนกระทั่ง 18 ปีให้หลัง จึงได้มีการก่อสร้างอย่างจริงจังเมื่อปี 2000 และสร้างจนเสร็จสิ้นในปี 2005     
    • จากนั้นนำเดินทางสู่เมืองอัครา (Agra) อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า"ฮินดูสถาน" เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนาทางตอนเหนือของประเทศอินเดียในรัฐอุตตรประเทศตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศเคยเป็นเมืองหลวงสำคัญของอินเดียในยุคศตวรรษที่16ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนาเมืองอัครายังเป็นที่ตั้งของป้อมอักราและทัชมาฮาล ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983

    20.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมพักผ่อนตามอัธยาศัย  

    • ที่พัก ณ Sarovar Premium Crystal Inn (Agra)หรือเทียบเท่า 

    วันที่-2 เมืองอัคราอัครา  (ทัชมาฮาล -อัคราฟอร์ท )-ลัคเนาว์

    • 06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม  
    • 07.30 น.นำท่านชมทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์....
    • “ทัชมาฮาล”ถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด 
    • จากนั้น ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด   Agra Fort ... ป้อมปราการหินทรายแดง มรดกโลกของเมืองอัครา เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดงตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ.1666ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาลและสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือพระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำเพื่อเป็นสุสานของพระองค์แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล
    • จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับอัญมณีไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน

    12.30 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม  

    • บ่ายสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองลักเนาว์ (ระยะทางประมาณ 346 กิโลเมตร ประมาณ 4 ชั่วโมง 
    • “ลัคเนาว์” อีกหนึ่งประตูสู่สังเวชนียสถาน เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ มีประชากรหนาแน่นมาก ประมาณ 2.7 ล้านคน และถือเป็นเมืองสายหลักของชุมนุมทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปรัฐอื่นๆ อีกมากมาย..พักผ่อนชมวิถีชิวิตของชาวนอินเดีย ระหว่างสองทาง จนถึงจุดหมายปลายทางของเรา.... 

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารหรือ โรงแรมที่พัก

    • ที่พัก ณ โรงแรม Hotel Golden Tuil หรือเทียบเท่า (เมืองลัคเนาว์)                   

    วันที่-3 เมืองลัคเนาว์ - เมืองสารวัตถี (อินเดีย) – เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล)

    • (โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตรา   ออกจากประเทศอินเดีย–เข้าสู่ประเทศเนปาล)

    06.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • 07.00 น.นำทุกท่านเดินทางไปยังเมืองสารวัตถี (ระยะทาง 180 กม.ประมาณ 2-3 ชม) เมืองสารวัตถี อดีตคือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน แคว้นมหาอำนาจใน 16 มหาชนบทในสมัยพุทธกาล เมืองนี้รุ่งเรืองจากการที่เป็นชุมนุมการค้าขาย การทหาร เป็นเมืองมหาอำนาจใหญ่ควบคู่กับเมืองราชคฤห์แห่งแคว้นมคธในสมัยโบราณ ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซาก
    • นำท่านชมสถานที่พระพุทธองค์แสดงยมกปาฏิหาริย์ มีลักษณะเป็นเนินดินสูงประมาณ 50เมตรที่แห่งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฎิหาริย์เพื่อโปรดประชาชนชาวสาวัตถีและข่มเจ้าลัทธิอื่นๆ หลังจากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์เมื่อออกพรรษาทรงเสด็จลงจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะ ที่สังกัสสะนคร และนำท่านเข้าสู่ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษา นานถึง 19 พรรษาเป็น ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดนมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน นมัสการธรรมศาลา ที่ใหญ่ที่สุดธรรมสภากุฏิ พระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลิมาล พระมหากัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล ชมเมืองสาวัตถีในอดีต ชมคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีบ้านบิดาของท่านองคุลีมาล ชมสถานที่ธรณีสูบพระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา

    12.00 นรับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร หรือ โรงแรม เมืองสาวัตถี

    • 13.00 น.นำท่านเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล  ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง) นำท่านแวะพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐ หรือเส้นทางร่วมบุญสร้างพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐
    • สวรรค์บนดินชายแดนอินเดีย-เนปาล (Toilet 960)
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมดีๆ เพราะมีคนใจดีมาทำบุญ
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมใหญ่ๆ เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยบริจาค
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมสะอาด เพราะมีคนใจใสใจสะอาดมาสนับสนุน
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมปลดทุกข์ ให้พวกเราทุกคนพ้นทุกข์เห็นสุขทันตา
    • ขอเชิญท่านผู้ใจบุญ มาร่วมทุนกันสร้างสรรค์สวรรค์บนดินในถิ่นอินเดียแห่งนี้ร่วมกันเถิด
    • สถานที่ก่อสร้างห้องน้ำ ศาลาภัตตาหาร ซุ้มกาแฟ ร้านบุญสหกรณ์ ณ ชายแดนอินเดีย-เนปาล
    • จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ชายแดน อินเดีย-เนปาล ผ่านกระบวนการประทับตราวีซ่า หนังสือเดินทาง ตรวจคนเข้า-ออกประเทศ เนปาล-อินเดีย จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่เมืองลุมพินีวัน ประเทศเนปาล
    • {สถานที่สำคัญในพุทธภูมิ} 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า การจดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก พ.ศ. 2540 ประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรม

    19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม

    •  ที่พัก ณโรงแรม HOTEL BUDDHMAYA GARDEN หรือเทียบเท่า
    • (ลุมพินี ประเทศเนปาล) 

    วันที่-4เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล)– กุสินารา 

    •  (โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศเนปาลเข้าสู่ประเทศอินเดีย)

    06.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • 07.00 น.เดินทางสู่ลุมพินี ลุมพินีวัน (Lumbini Vana) เป็นพุทธพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ นำท่านเข้าสู่ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวัน ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวันในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์ และ กรุงเทวหะ พระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา ซึ่งประทับอยู่กรุงกบิลพัสดุ์ขณะที่ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จประพาสสวนพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ระหว่างทางเกิดประชวรจะมี พระประสูติกาล ราชบริพารจึงจัดที่ประสูติถวายภายใต้ต้นสาละ ประสูติพระโอรส คือ สิทธัตถกุมาร ณ สถานที่นี้ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศกปรากฏอยู่ ก่อนหน้านี้มีต้นโพธิ์และวิหารมายาเทวี นมัสการสถานรอยพระพุทธบาทที่ประทับลงมายังพื้นปฐพีเป็นครั้งแรก เจริญพระพุทธมนต์ เจริญสมาธิภาวนา แล้ว ชมหินสลักภาพประสูติ ชมเสาอโศก และสระโบกขรณี
    • นำคณะเข้าเยี่ยมชม วัดไทยลุมพินี ตั้ง อยู่ในปริมณฑลสังเวชนียสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน ราชอาณาจักรเนปาล สร้างขึ้นด้วยศรัทธาของพุทธบริษัทชา วไทย ในนามของรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน และผู้ศรัทธาร่วมทำบุญ ทำสัญญาเช่าที่ดิน จากรัฐบาลเนปาล จำนวน ๒ แปลง รวมพื้นที่ ๕ เอเคอร์ (๑๓ ไร่เศษ)เป็นระยะเวลา ๙๙ ปี เพื่อเป็นการบูชาคุณพระพุทธศาสนา และร่วมเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี
    • รายการทำบุญ .การบำเพ็ญกุศล ณ แดนพุทธภูมิ ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยลุมพินีวัน ตามกำลังศรัทธา

    11.30 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร 

    • จากนั้นนำทุกท่านเดินทางไปยังเมืองกุสินารานำทุกท่านเดินทางสู่ชายแดน อินเดีย-เนปาล ผ่านกระบวนการประทับตราวีซ่า หนังสือเดินทาง ตรวจคนเข้า-ออกประเทศ เนปาล-อินเดีย
    • นำท่านแวะพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐ หรือเส้นทางร่วมบุญสร้างพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐
    • สวรรค์บนดินชายแดนอินเดีย-เนปาล (Toilet 960)
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมดีๆ เพราะมีคนใจดีมาทำบุญ
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมใหญ่ๆ เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยบริจาค
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมสะอาด เพราะมีคนใจใสใจสะอาดมาสนับสนุน
    • ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมปลดทุกข์ ให้พวกเราทุกคนพ้นทุกข์เห็นสุขทันตา
    • ขอเชิญท่านผู้ใจบุญ มาร่วมทุนกันสร้างสรรค์สวรรค์บนดินในถิ่นอินเดียแห่งนี้ร่วมกันเถิด
    • สถานที่ก่อสร้างห้องน้ำ ศาลาภัตตาหาร ซุ้มกาแฟ ร้านบุญสหกรณ์ ณ ชายแดนอินเดีย-เนปาล
    • เดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)
    • “ เมืองกุสินารา” เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยานหรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า และจัดเป็น พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 4 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • ที่พัก ณ โรงแรม HOTEL IMPERIAL หรือเทียบเท่า เมืองกุสินารา

    วันที่-5เมืองกุสินารา – เมืองพาราณสี 

    06.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • นำท่านเข้าสู่...สาลวโนทยานสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน บูชาสักการะพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาปรินิพพานวิหารและเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตะภาวนาจุดธูปเทียน ปทักษิณรอบปรินิพพานวิหาร แล้วชมสถานที่พระอานนท์เกาะสลักเพชรร้องไห้ ชมซากปรักหักพังของกุฎิ เจดีย์ชมต้นสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธ์เสร็จ 
    • สักการะ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้าปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ ทรงกลมขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาหลังการถวายพระเพลิง ชาวบ้านเรียกว่า รามภาร์นำท่านเยี่ยมชมวัดไทยกุสิ นาราเฉลิมราชย์ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวายวัดไทย
    • รายการทำบุญ ..รายการที่จะบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าหุ่มพระปางปิรินิพาน ในพระวิหาร จำนวน 1 ชุด  
    • นำคณะเข้าเยี่ยมชม..วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 มีเนื้อที่ราว 14 ไร่ (6 เอเคอร์) อยู่ห่างจากสาลวโนทยาน สถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพูทธเจ้า ปัจจุบันมีพระราชรัตนรังษี เป็นประธานสงฆ์
    • รายการทำบุญ.. . ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยกุสินารา ตามกำลังศรัทธา

    11.30 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ”เมืองพาราณสี”เป็นชื่อของเมืองหลวงแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4000 ปี ... ในชาดกได้ระบุชื่อเมืองนี้มากมายผู้ครองเมืองก็มักจะชื่อพระเจ้าพรหมทัตต์คุ้นหูของชาวพุทธมาก และเป็นสถานที่ตั้งของ สารนาถในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แปลว่า เขตป่าอภัยทานแก่สัตว์ที่เป็นที่บำเพ็ญตบะของฤษี เป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษีและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมมันตามความเชื่อในคัมภีร์อุปนิษัทของพรามหณ์ ทำให้เหล่าปัญจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะ ภายหลังจากที่พระองค์ทรงเลิกบำเพ็ญทุกขกริยา ได้มาบำเพ็ญตบะที่นี่แทน
    • 19.00น.นำท่านไปชมวิถีชิวิตชาวเมืองพาราณสี ล่องเรือแม่นำคงคายามค่ำคืน “มหานทีแห่งศรัทธา” ชมสีสันริมฝั่งแม่น้ำคงคา และชมพิธีอาระตีไฟ เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีเสนห์สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ที่นีชาวฮินดูที่เลื่อมใสและนับถือปฎิบัติโดยเคร่งครัดที่จะพากันอาบน้ำชำระร่างกายในยามเช้า ณ แม่น้ำคงคา ... แม่น้ำคงคา ได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนภารตะ อินเดียไหลจากสวรรค์จากความศรัทธาที่ผู้คนอุทิศให้เมืองที่เหมือนยังไม่ถูกปลุกจากฝันมานานกว่า 5,000 ปีแห่งนี้ ... ชาวพาราณสีผูกพันกับ แม่น้ำคงคาอย่างเป็นหนึ่งเดียว ...
    • ค่ำถึงเมืองพาราณสี.... รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม อิสระตามอัธยาศัยที่พัก ณ Hotel Radisson Ble หรือเทียบเท่า
    • (เมืองพารณสี ประเทศอินเดีย) 

    วันที่-6เมืองพาราณสี -เมืองพุทธคยา

    06.30 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • 07.30 น.นำท่านเดินทางสู่  สารนาถ เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สมัยพุทธกาลเมืองนี้เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ตอนตรัสรู้แล้วใหม่ๆได้เสด็จจากอุรุเวลาเสนานิคมมายังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน(ป่าเป็นที่ปฏิบัติธรรมของฤาษีอันเป็นเขตอภัยทาน)ปัจจุบันเมืองนี้เรียกว่า“สารนาถ”(ที่พึ่งของหมู่กวาง)  นำท่านชมสักการะเจาคันธีสถูป สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัจจวคีย์ เข้าสู่ ธัมเมกขสถูป สักการะ พระมูลคันธกุฏิ กุฏิที่พระพุทธองค์จำพรรษาครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ ชมหลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชอันเป็นหลักฐานสำคัญสื่อให้รู้ว่าเป็นสถานที่พระพุทธองค์ได้แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ชม “ยะสะเจดีย์” สถานที่ยะสะกุลบุตรพบพระพุทธองค์แล้วชม สังฆาราม กว่า 1,000 หลัง  
    • จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ  พิพิธภัณฑ์สารนาถเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาวัตถุโบราณต่างๆ โดยมีพระพุทธรูปทีโด่งดังคือ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยคุปตะ พระพุทธรูปนี้ถูกค้นพบที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามมาก ชนะรางวัลการประกวดขององค์การ UNESCO และเป็นองค์พระพุทธรูปซึ่งงดงามจนเป็นที่กล่าวขานกันว่าหากส่งเข้าประกวดอีกร้อยครั้งก็จะต้องชนะทั้งร้อยครั้ง  

    11.30 น.    บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพุทธคยา ระยะทางประมาณ 336 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง) 
    • “เมืองพุทธคยา” เปิดประตูสู่เส้นทางตามรอยพระพุทธเจ้า สถานที่ตรัสรู้ของสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยา คือคำเรียกกลุ่มพุทธสถานสำคัญ ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก 
    • ค่ำรับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมอิสระตามอัธยาศัย
    •  ที่พัก ณ Hotel  Mahabodhi หรือเทียบเท่า 
    • (เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย) 

    วันที่-7เมืองพุทธคยา-ราชคฤห์-นาลันทา-พุทธคยา

    06.30 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • 07.30 น.นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (Rajgir)  ราชคฤห์ เป็นชื่อเมืองหลวงของแคว้นมคธสมัยพุทธกาล เป็นเมืองในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ 5 ลูก จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เบญจคีรีนคร เป็นเมืองตั้งหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองนคร เป็นเมืองที่มีประวัติความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามากที่สุด
    • นำพาท่านขึ้นสู่ยอดเขาราชคฤห์... ทำสมาธิภาวนา ณ พระคันธกุฎิชมทิวทัศน์เมืองราชคฤห์
    • “ความสำคัญของเมืองราชคฤห์” ราชคฤห์เป็นเมืองตั้งหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองนคร เป็นเมืองที่มีประวัติความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามากที่สุด สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพระสาวกยังปรากฏอยู่มากมาย เช่น พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรได้บรรลุธรรม ถ้ำสัตบรรณคูหาที่ทำสังคายนาครั้งแรก เป็นต้น  ชมและบำเพ็ญกุศล ณ ซากชีวกัมพวัน “สวนมะม่วงของหมอชีวก” เป็นซากอารามของหมอชีวกชีวกโกมารภัจจ์ ยกสวนมะม่วงถวายในคราวที่พระเทวทัตต์ประทุษร้ายพระองค์โดยกลิ้งหินลงใส่พระพุทธองค์ ทำให้สะเก็ดหินกระเด็นถูกพระบาทของพระองค์จนห้อพระโลหิตหมอชีวกโกมารภัจจ์ถวายการรักษาพยาบาล ณ อารามแห่งนี้ และแวะชมและบำเพ็ญกศล ณ ซากเรือนคุมขังพระเจ้าพมพิสาร สถานที่พระเจ้าอชาติศัตรูนำพระราชบิดาของพระองค์ มาคุมขังไว้จนสิ้นพระชนม์จากพื้นสูง... ได้เวลาอันสมควรนำท่านลงจากยอดเขา
    • หมายเหตุ:  การขึ้นเขาคิชฌกูฏ ลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้นรถยนต์ไม่สามารถขี้นไปถึงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีท่านที่เดินไม่ไหวสามารถขึ้นได้โดยการนั่งเสลี่ยงโปรดแจ้งหัวหน้าทัวร์
    • จากนั้นนำท่านสู่ บ่อน้ำพุร้อนตะโปทารามตโปทาราม สถานที่อาบน้ำพุร้อน ชำระบาป ตามความเชื่อของ พราหมณ์-ฮินดู อาบน้ำแบ่งตามวรรณะ เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ก่อนมีพุทธศาสนาสถานที่อันเป็นต้นบัญญัติสิกขาบทให้พระภิกษุสรงน้ำได้ 15 วันต่อครั้ง ปัจจุบันเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  ตโปทานทีหรือตโปทาราม เป็นวัดฮินดูที่คนทั่วโลกมุ่งไปดูแขกอาบน้ำ ที่เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเขาเวภารบรรพต เป็นธารน้ำอุ่นที่เชื่อว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ วิธีอาบแบ่งเป็นชั้นๆตามวรรณะสูงต่ำ พวกวรรณะพราหมณ์ได้อยู่ชั้นสูงสุด เป็นน้ำต้นน้ำที่ใสสะอาด ดื่ม อาบ ซักผ้าแล้วไหลลงไปให้ชนชั้นแพศย์ใช้ จากนั้นไหลลงไปให้วรรณะศูทรใช้ สุดท้ายที่วรรณะจัณฑาลที่ต้องใช้น้ำที่ดำปี๋สีขี้โคลนเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลของพวกวรรณะที่สูง
    • นำท่านเข้าสู่ วัดเวฬุวันมหาวิหาร  วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารทรงยกพระราชอุทยานสวนไม้ไผ่ถวายเป็นที่ประทับแห่งแรกแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสงฆ์สาวก พุทธองค์ทรงประทับจำพรรษา ณ ที่แห่งนี้แล้ว 6 พรรษา เจริญพระพุทธมนต์เจริญสมาธิภาวนา ณ อุโบสถสถานที่ประชุมพระสาวกอรหันต์ 1,250รูป ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ซึ่งเรียกการประชุมนี้ว่า จาตุรงคสันนิบาต มูลเหตุแห่งพิธีมาฆบูชา และพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ภิกษุเหล่านั้น..

    เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม เมืองราชคฤห์

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ เมืองนาลันทา นาลันทา เป็นชื่อเมือง ๆ หนึ่งในแคว้นมคธ  ชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์โมริยะ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 3. และมีการสร้าง ติดต่อกันเรื่อยมาอีกหลายยุคหลายสมัยโดยประสงค์จะให้เป็นสถานศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่งพระพุทธศาสนาในอินเดียได้เจริญรุ่งเรืองอย่างสูง ... ในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยนาลันทา เจริญรุ่งเรืองมาก เป็นมหาวิทยาลัย ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงมากที่สุด....ซากมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ยิ่งใหญ่ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการศึกษาของทวีปเอเชีย มีพระนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นรูป เมื่อราว พ.ศ.1700 ได้ถูกชาวมุสลิมรุกรานสังหารพระและคณาจารณ์และเผาทำลายเสียสิ้นปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด ยูเนสโกขึ้นทะเบียนนาลันทาเป็นมรดกโลก 2016 จากนั้น    นำท่านสักการะ “หลวงพ่อดำ”  เป็นพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือมาก ว่ากันว่าใครขอพรอะไรก็จะสมหวัง พระพุทธรูปสร้างจากหินสีดำลักษณะงดงาม มีความพยายามที่จะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเพราะมีเหตุอาเพธทุกครั้ง นับเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญองค์หนึ่งเพราะเป็นพระพุทธรูปที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่องค์ที่ไม่ถูกทำลาย ชาวบ้านเรียกว่า เตลิยบาบา หรือหลวงพ่อน้ำมัน 
    • 16.30 น.     นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองพุทธคยา ใช้เวลาเดินทางประมาณ2.30 ชั่วโมง ตามเส้นทางเดิม
    • นำคณะเข้าเยี่ยมชม วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย ปัจจุบันมีพระเทพโพธิวิเทศ เป็นเจ้าอาวาส
    • รายการทำบุญ . ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยพุทธคยา ตามกำลังศรัทธา

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร โรงแรม

    • ที่พัก ณ Hotel  Mahabodhi หรือเทียบเท่า 
    • (เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย)

    วันที่-8เมืองพุทธคยา-เดลลี//เดลลี-กรุงเทพฯ

    06.30 น.     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

    • 07.30 น.นำท่านกราบลาสถานที่ตรัสรู้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา และ พระมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบสักการะหลวงพ่อ พระพุทธเมตตา ประดิษฐานภายในมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธปฏิมากรปางชนะมารที่รอดพ้นจากการถูกทำลายจากน้ำมือกษัตริย์ฮินดูอย่างปาฏิหาริย์ ด้วยพระพักตร์ที่แสดงออกด้วยเมตตากรุณาอั้นเปี่ยมล้นชาวพุทธทั่วโลกจึงต่างพากันเบียดเสียดเพื่อเข้าไปกราบไหว้บูชาสักการะ พระแท่นวัชรอาสน์ ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในดินแดนถิ่นพุทธภูมิ นมัสการสัตตมหาสถาน ที่สำคัญอันอยู่ใกล้เคียง ได้แก่ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รันตนฆรเจดีย  และสระมุจลินท์ เป็นต้น ทำสมาธิ ถวายเป็นปฏิบัติบูชา นำทุกท่านไปยัง บ้านนางสุชาดา ธิดากุฎุมพี แห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาส อันประณีตแด่พระมหาบุรุษก่อนการตรัสรู้ อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำเนรัญชราประมาณ 200 เมตร ปัจจุบันเป็นโบราณสถานซากสถูปขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ชม แม่น้ำเนรัญชรา สายน้ำที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจิตลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาสก่อนวันที่จะตรัสรู้หนึ่งวัน ชมวัดนานาชาติ อาทิเช่น วัดทิเบต วัดภูฏาน วัดญี่ปุ่น แล้ว
    • รายการทำบุญ ..รายการที่จะบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าหุ่มพระปางพุทธเมตตา ในพระวิหาร จำนวน 1 ชุด  

    เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม

    • จากนั้นเดินทางสู่สนามบินพุทธคยา เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
    • 14.15 น.ออกเดินทางสู่เดลลี โดยสายการบิน AIR INDIA  เที่ยวบินที่ AI4433
    • 17.05 น.ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่น ตรวจรับสัมภาระ
    • เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระจากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่อาคารระหว่างประเทศเพื่อเดินทางสู่กรุงเทพฯ ระหว่างรอต่อเครื่องภายในสนามบินภายในประเทศ มีร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มให้เลือก หลากหลาย
    • อิสระอาหารค่ำ ใน สนามบิน ตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกกับการเชคอิน
    • 23.00 น.ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน AIR INDIA  เที่ยวบินที่ AI334

    วันที่-9 ท่านอากาศสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

    • 04.55 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ.....อิ่มบุญกันถ้านหน้า
       
฿45,200.00ราคา