Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง จงเตี้ยง 6D5N BY FD DEC -JAN 20

SKU: SFWBW060802

คุนหมิง  - ต้าหลี่ – เมืองโบราณต้าหลี่  - วัดเจ้าแม่กวนอิมแปลงกาย – ผ่านชมเจดีย์สามองค์ – แชงกรีล่า – โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง – ช่องแคบเสือกระโจน – เมืองโบราณลี่เจียง - หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (รวมกระเช้า) – วัดลามะซงจ้านหลิน – ลี่เจียง – เมืองโบราณลี่เจียง - ภูเขาหิมะมังกรหยก (นั่งกระเช้าใหญ่)  - SHOW IMPRESSION LIJIANG - อุทยานน้ำหยก 


ระยะเวลาท่องเที่ยว : 6 วัน 5 คืน
กำหนดการเดินทาง : ธ.ค. - ม.ค. 63
ราคาเริ่มต้น  23,900  บาท


รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรก กรุงเทพฯ - คุนหมิง  - ต้าหลี่ – เมืองโบราณต้าหลี่         

    • 06.00 น.สมาชิกพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมืองอาคาร 1  ชั้น 3 ประตู 1-2  เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
    • 09.15 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองคุนหมิง โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD582
    • (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง หากลูกค้าต้องการเพิ่มอาหาร ต้องสั่งซื้อด้วยตัวเอง)
    • 12.30 น.ถึง สนามบินฉางสุ่ย เมือง คุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน มีขนาดใหญ่ที่สุเป็นอันดับ 6 จากทั้งหมด 27 มณฑล คุนหมิงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงทำให้มีทัศนียภาพสวยงาม จนได้สมญานามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ”  
    • (เวลาที่จีนเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง)

    กลางวัน  บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร 

    • เมืองต้าหลี่ (ใช้เวลาในการเดินทาง 4-5  ชม.) เขตปกครองตนเองทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ในมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเอ๋อไห่กับภูเขาฉางซาน เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ด้วยเป็นดินแดนที่มีการอาศัยของชนเผ่าต่างๆ แบบปกครองตนเอง มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ร่วมกันกว่า 20 เชื้อชาติ เดิมมีชื่อว่า “หนันเจา” หรืออาณาจักรน่านเจ้า (ค.ศ. 738 – 903) จนกระทั่งชาวไป๋ได้เข้ามาสถาปนาอาณาจักรต้าหลี่ (ค.ศ. 937) และต่อมาใน ค.ศ.1253 เมืองต้าหลี่ก็ถูกกุบไลข่าน จักรพรรดิชาวมองโกลพิชิตลงแต่ก็ยังคงเหลือร่องรอยอารยะธรรมเก่าให้พบเห็น ปัจจุบันได้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมเยียนในมณฑลยูนนาน เนื่องจากเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสวยงามที่สุดของจีน อยู่ไปห่างทางตะวันตกของเมืองคุนหมิง 400 กิโลเมตร มีทัศนีย์ภาพสวยงาม ด้านหนึ่งติดทะเลสาบเอ๋อไห่ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน และอีกด้านหนึ่งติดเทือกเขาฉางซาน ที่สูงกว่า 4,000 เมตร และด้วยชัยภูมิที่ไม่เหมือนที่ไหน ตัวเมืองอยู่สูง 1,900 เมตร
    • เหนือระดับน้ำทะเล เมืองต้าหลี่จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี
    • เมืองโบราณต้าหลี่ สร้างขึ้นเมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว แต่ยังคงสภาพเมืองที่ยังสมบูรณ์ และสวยงามให้นักเดินทางได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแล้วในอดีต และชื่นชมสถาปัตยกรรม บ้านเรือนแบบโบราณตามแนวถนน รวมถึงมีถนนสายเก่าที่ตัดผ่านตัวเมือง มีพ่อค้าแม่ค้าชนพื้นเมืองมาค้าขายสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของฝาก ผ้าพื้นเมือง เครื่องเงิน และหินอ่อน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินดื่มด่ำกับวิถีชิวิตของคนพื้นเมือง ไปพร้อมๆกับชมเมืองเก่า เหมือนได้ย้อนชมประวัติศาสตร์ ได้ตั้งแต่เช้าจรดยามค่ำคืน

    เย็นบริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  

    • พัก MAN JIANG HONG HOTEL หรือเทียบเท่า

    วันที่สอง  ต้าหลี่ – วัดเจ้าแม่กวนอิมแปลงกาย – ผ่านชมเจดีย์สามองค์ – แชงกรีล่า – โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง – ช่องแคบเสือกระโจน – เมืองโบราณแชงกรีล่า   

    เช้าบริการอาหาร เช้า ณ โรงแรม

    • วัดเจ้าแม่กวนอิมแปลงกาย (วัดกวนอิมถาง) วัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งเมืองต้าหลี่ อยู่ห่างจากเมืองโบราณต้าหลี่ลงไปทางทิศใต้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที “ วัดเจ้าแม่กวนอิมแปลงกาย” มีตำนานเล่าขานของวัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง เล่าว่า ในสมัยนั้นเจ้าแม่กวนอิมได้แปลงกายเป็นหญิงชราอายุประมาณ 80 ปี แบกก้อนหินใหญ่ไว้ข้างหลังเพื่อขวางเหล่าทหารไม่ให้สามารถเข้ามาตีเมืองต้าหลี่ได้ ซึ่งเมื่อเหล่าทหารเห็นว่าแม้แต่หญิงชรายังแข็งแกร่งมากขนาดนี้ คนวัยหนุ่มสาวจะต้องมีกำลังในการต่อสู้มหาศาลอย่างแน่นอน จึงทำการยกทัพกลับ และชาวเมืองต้าหลี่จึงร่วมใจกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาในครั้งนั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมือง 
    • ผ่านชม เจดีย์สามองค์ แห่งวัดฉงเซิ่ง สร้างในสมัยราชวงค์ถังของจีน (ในช่วง ค.ศ.836) เป็นสมัยที่ศาสนาพุทธ นิกายมหายานเจริญรุ่งเรือง เจดีย์สามองค์ จึงนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่ โดยได้สร้างเจดีย์องค์หลัก (ตรงกลาง) มีชื่อว่าเจดีย์ “เชียนหลินถ่า” เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ความสูง 69.13 เมตร มี 16 ชั้น และแต่ละชั้นจะมีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ถือเป็นรูปแบบของเจดีย์ที่หาพบได้ยาก ไม่เหมือนกับเจดีย์ที่อื่นๆ แต่เจดีย์อีกสององค์ ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ้อง สร้างเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม เนื่องจากชาวจีนนั้นถือว่ารูปแปดเหลี่ยมขึ้นไปคือ ทรงกลม เจดีย์ทั้งสององค์ มีความสูง 42.19 เมตร มี 10 ชั้น เจดีย์ถูกจัดวางให้สมมาตรกัน เจดีย์สององค์ด้านซ้ายและขวาตั้งอยู่ห่างกัน 97.5 เมตร และห่างจากเจดีย์องค์หลักระยะ 70 เมตรเท่ากัน เจดีย์สามองค์ มีเรื่องเล่าในตำนาน เล่าขานกันว่าเป็น “เจดีย์ข่มมังกร” เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เคยประสบเหตุอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก จึงได้สร้างเจดีย์ที่มีรูปทรงแตกต่างกันสามองค์ขึ้นมา เพราะเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าพื้นที่นี้เป็นที่อยู่ของมังกร เวลามังกรพลิกตัวจะเกิดเหตุเพศภัย จึงสร้างเจดีย์ขึ้นมาทับตัวมังกรไว้ อีกตำนานก็เล่าว่ามีมังกรมาเล่นน้ำในทะเลสาปเอ๋อไห่ ทำให้เกิดน้ำท่วม ในสมัยโบราณนั้นชาวบ้านเชื่อว่ามังกรเกรงกลัวต่อเจดีย์ จึงสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้มังกรเข้ามาเล่นน้ำอีก เมื่อเจดีย์ถูกสร้างเสร็จ ก็เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ คือ พื้นที่บริเวณนั้นไม่มีน้ำท่วมอีกเลย

    กลางวันบริการอาหาร ณ ภัตตาคาร

    • เดินทางสู่  แชงกรีล่า หรือ เดิมมีชื่อว่า เมืองจงเตี้ยน (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม.) เป็นชุมชนเก่าของชาวทิเบต มีชื่อเสียงจากวรรณกรรมบันลือโลก LostHorizons ของ เจมส์ ฮิลตัน ในปี ค.ศ. 1933 จงเตี้ยน หรือ แชงกรีล่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน เขตปกครองพิเศษของชาวทิเบตตี๋ชิง บนที่ราบในวงล้อมของขุนเขา ลักษณะภูมิประเทศของจงเตี้ยน เป็นที่ราบทุ่งหญ้า มีภูเขาล้อมรอบ คำว่า “จง” นั้นหมายถึงศูนย์กลางหรือสิ่งที่กว้างใหญ่อันเป็นศูนย์กลาง ส่วน “เตี้ยน” นอกจากจะแปลว่าทุ่งหญ้าแล้ว ยังแปลว่า อาณาจักร ได้ด้วย ในปี พ.ศ 2545 รัฐบาลจีนได้เปลี่ยนชื่อเมืองจงเตี้ยนอีกครั้ง จากเดิมที่มีชื่อในภาษาทิเบตว่า “เจี้ยนถัง” เป็น “แชงกรี-ล่า” ภาษาจีนออกเสียงว่า “เซียงเกอ หลี ลา (Xiang Ge Le La) แปลว่า ที่ซึ่งสุริยันจันทราประทับในดวงจิต เมืองจงเตี้ยนนั้นเป็นถิ่นฐานของชาวทิเบตซึ่งตามชานเมืองยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านที่ก่อดินขึ้นเป็นตึกสี่เหลี่ยม แต่งด้วยไม้ซุงขนาดใหญ่ ผู้คนยังแต่งกายชุดพื้นเมือง
    • แม่น้ำแยงซี มีต้นกำเนิดอยู่ใต้ธารน้ำแข็งทางทิศตะวันตกของภูเขาเก้อลาตานตง มณฑลชิงไห่ แม่น้ำแยงซีไหลผ่านไปฝั่งตะวันออกของมณฑลชิงไห่ และไหลลงไปทางใต้สู่หุบเขาที่ลึกตามแนวเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างมณฑลเสฉวน กับ ทิเบต แล้วไหลเข้าสู่มณฑลหูหนาน หรือ ฮูนาน ซึ่งเส้นทางไหลเลาะ ลาด ตามหุบเขานั้นได้ลดระดับความสูงของแม่น้ำจากมากกว่า 5000เมตร สู่ระดับที่ต่ำกว่า 1000เมตร  โค้งแรกแม่น้ำแยงซี (Changjiangdiyiwan) แม่น้ำแยงซีที่ไหลผ่านเมืองลี่เจียงช่วงนี้มีชื่อว่า “จินซาเจียง” แปลว่าแม่น้ำทรายทอง ณ จุดนี้เองที่แม่น้ำได้หักโค้งข้อศอกเป็นโค้งแรก 180 องศา ทำให้ไหลแยกจากแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขง ไปทางทิศตะวันออก ก่อให้เกิดอารยธรรมจีนที่ยิ่งใหญ่เมื่อหลายพันปีมาแล้ว กล่าวกันว่าถ้าไม่มีโค้งนี้ก็อาจไม่มีอารยธรรมจีนอันเกรียงไกร อีกทั้งจุดนี้ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ขบวนทัพของทั้งขงเบ้ง กุบไลข่าน ใช้เป็นจุดข้ามแม่น้ำแยงซีไปทำศึก และเหมาเจ๋อตงเดินทัพทางไกลหนีการล้อมปราบของพวกก๊กมินตั๋งห่างจากเมืองเก่าลี่เจียง 53 กิโลเมตร เกิดจากแม่น้ำแยงซี (หรือที่คนจีนเรียกว่า แม่น้ำฉางเจียง) ที่ไหลลงมาจากที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต มากระทบกับภูเขาไห่หลอ ทำให้ทิศทางของแม่น้ำหักโค้งไปทางทิตะวันออกเฉียงเหนือ จนเกิดเป็นโค้งน้ำที่สวยงาม
    • ช่องแคบเสือกระโจน เป็นช่องหุบเขาเหนือแม่น้ำแยงซี ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ตั้งอยู่ระหว่างทางแยกของเมืองลี่เจียงและเมืองจงเตี้ยน ห่างจากเมืองลี่เจียงไปทางเหนือ 60 กิโลเมตร เป็นหุบเขาในช่วงที่แม่น้ำแยงซีไหลลงมาจากจินซาเจียง (แม่น้ำทรายทอง) น้ำบริเวณนี้ไหลเชี่ยวมากเกิดจากความลาดชันของโตรกผาสองข้างที่ลดระดับลงอย่างรวดเร็วและช่องแคบที่บีบแคบลงอย่างฉับพลันช่วงที่แคบที่สุดมีความกว้างเพียง 30 เมตร ยาว 15 กิโลเมตร ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่แม่น้ำไหลผ่านระหว่างภูเขาหิมะมังกรหยกที่สูง 5,596 เมตร และภูเขาหิมะฮาป๋าที่สูง 5,396 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ำไหลเชี่ยวและอยู่ใต้หน้าผาสูง 2,000 เมตร ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้มีจำนวนเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองชาวหน่าซีโดยจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆบริเวณใกล้เคียงและหาเลี้ยงชีพโดยการเพาะปลูกและรับจ้างนำทางคนต่างถิ่น
    • เมืองโบราณจงเตี้ยน อยู่ในเมืองแชงกรีล่า บ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้ในสไตล์ทิเบต ที่สร้างขึ้นมาเพื่อต้องการสื่อให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าใจถึงความเป็นมาและย้อนเวลาไปสู่อดีตของแชงกรีลา เมืองเก่าจงเตี้ยน ตั้งอยู่ติดกับยอดเขาเล็ก ๆ ซึ่งบนยอดเขานั้นมี กงล้อมนต์ยักษ์สูงกว่า 3 ชั้นอยู่ ชาวธิเบตและนักท่องเที่ยว นิยมไปหมุนกงล้อนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล

    เย็นบริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  

    • พัก LUCKY DRAGON HOTEL หรือเทียบเท่า

    วันที่สาม หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน(รวมกระเช้า) – วัดลามะซงจ้านหลิน – ลี่เจียง – เมืองโบราณลี่เจียง 

    เช้าบริการอาหาร เช้า ณ โรงแรม

    • หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (The Valley of Blue moon) เป็นสถานที่ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี มีชื่อเรียกอีกว่า ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแชงกรี-ลา เชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย 13 ยอดเขา เรียงรายต่อกันลักษณะคล้ายมังกร เป็นหุบเขาที่มีทัศนียภาพงดงามมาก ให้ท่าน นั่งกระเช้าสู่ จุดชมวิวหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,960 เมตร หากว่าไหนฟ้าใส จะมองเห็นยอดภูเขาหิมะมังกรหยกและยอดภูเขาหิมะเหม่ยลี่ให้ท่านชมทัศนียภาพอันสวยงามของทิวทัศน์เบื้องล่างและชมกุหลาบพันปีหลากสายพันธุ์ 
    • วัดลามะซงจ้านหลิน ตั้งอยู่เชิงเขา อยู่ห่างจากเมืองจงเตี้ยนไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร มีพระลามะจำพรรษามากกว่า 700 รูป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1679 (พ.ศ.2222) สร้างขึ้นโดยดะไลลามะองค์ที่ 5 ในช่วงศตวรรษที่ 18 สมัยจักรพรรดิคัง ซีแห่งราชวงศ์ชิง มีรูปแบบคล้ายพระราชวังโปตาลาที่เมืองลาซาเมืองหลวงของทิเบต แต่ย่อส่วนลงมา   มีการเปรียบเทียบว่า "หากพระราชวังโปตาลาเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบต วัดจงซานหลินก็เป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของชาวพุทธบริเวณที่ราบสูงทิเบตนั่นเอง 

    กลางวัน บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร

    • เดินทางสู่ เมืองลี่เจียง (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.) เป็นเมืองซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีทัศนียภาพงดงาม เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวหน่าซี ถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความน่าสนใจทั้งทางขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง 
    • เมืองโบราณลี่เจียง  ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ก่อตั้งขึ้นในปลายราชวงศ์ซ่องใต้ ต้นราชวงศ์หยวน ที่ชาวมองโกลได้ขยายอาณาเขตเข้ามาปกครองจีน ชมความงามของเมืองโบราณที่มีประวัติยาวนานมากว่า 800 ปี  เคยเป็นจุดแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้าตามเส้นทางสาย TEA HORSE ย่านเมืองเก่านี้มีชื่อเสียงจากคูคลองและสะพานที่มีอยู่มากมาย จนได้รับการขนานนามว่า “เวนิสตะวันออก” ซึ่งยังคงความงามในอดีตไว้อย่างสมบูรณ์ อาทิ เช่น อาคารไม้แบบจีนโบราณ ต้นหลิวริมธารที่ยังคงปลิวไปมาตามสายลม ลำธารน้ำที่ไหลผ่านเมืองแห่งนี้ 

    เย็นบริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  

    • พัก LUCKY DRAGON HOTEL หรือเทียบเท่า

    วันที่สี่ ภูเขาหิมะมังกรหยก (นั่งกระเช้าใหญ่) – SHOW IMPRESSION LIJIANG – อุทยานน้ำหยก

    เช้าบริการอาหาร เช้า ณ โรงแรม

    • ภูเขาหิมะมังกรหยก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าลี่เจียง ในมณฑลยูนนาน มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ที่เรียกกันว่าภูเขาหิมะมังกร ก็เพราะมียอดเขา 13 ยอดเรียงกันคล้ายรูปร่างของมังกรและมีหิมะปกคลุมอยุ่นั่นเอง ยอดเขาที่สูงที่สุดมีชื่อว่า ช่านจึโต่ว 5,596 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นั่งกระเช้าขึ้นสู่จุดชมวิวสูงสุดจากระดับน้ำทะเล 4,506 เมตร ซึ่งท่านสามารถสัมผัสหิมะที่ปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปีอย่างใกล้ชิด เพื่อชมทิวทัศน์และธรรมชาติบนจุดที่สูงที่สุด และสวยงามที่สุด ตลอดสองข้างทางที่ขึ้นยอดเขา ทิวเขาแห่งนี้เมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นเป็นลักษณะ คล้ายมังกรขาว กำลังล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า เขาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าภูเขาหิมะมังกรหยก
    • SHOW IMPRESSION LIJIANG เป็นอีกหนึ่งผลงานโบว์แดงของผู้กำกับมือทอง จางอี้โหมว ซึ่งเป็นผลงานชิ้นที่สองต่อจากผลงานชิ้นแรกIMPRESSION LIU SAN JIE ที่เมืองหยางซั่วประสบความสำเร็จเวทีการแสดงถูกสร้างขึ้นบริเวณใกล้กับภูเขาหิมะมังกรหยกเหนือระดับน้ำทะเล 3,100 เมตร โดยใช้วิวจริงของภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลังประกอบการแสดง การแสดงในภาคนี้จะเป็นการสะท้อนเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกับภูเขาหิมะมังกรหยก อันศักดิ์สิทธิ์ และประเพณีของชนกลุ่มน้อยของเมืองลี่เจียง ใช้ทีมนักแสดงชนกลุ่มน้อยพื้นเมืองกว่า 600 คน เป็นการแสดงในสถานที่จริงที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางภูเขาหิมะ  การแสดงชุดนี้ใช้ทุนสร้างกว่า 250 ล้านหยวน เป็นชุดการแสดงในสถานที่จริงสุดอลังการอีกชุดหนึ่งที่ผู้ไปเยือนเมืองลี่เจียงไม่ควรพลาด 
    • หมายเหตุ โชว์นี้เป็นการแสดงโชว์ละครกลางแจ้งหากมีการปิดการแสดงในวันนั้นๆ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ทำให้เข้าชมไม่ได้ผู้จัดรับผิดชอบเพียงจัดโชว์พื้นเมืองชุดอื่นทดแทนเท่านั้น หากบัตรได้ถูกใช้ไปแล้วจะไม่มีการคืนค่าบริการ

    กลางวัน บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร

    • อุทยานน้ำหยก (Jade Dragon Village) เป็นอุทยานเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ห่างจาก ภูเขาหิมะมังกรหยกมากนัก และห่างจากตัวเมืองลี่เจียง 15 กิโลเมตร ที่อุทยานนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ ด้านหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก ส่วนด้านหน้าอุทยานก็เป็นบ่อน้ำใสเป็นสีเขียวมรกต ซึ่งแหล่งน้ำตรงนี้เป็นต้นกำเนิดในเมืองลี่เจียงด้วย เป็นน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาหิมะ ต้นไม้ยักษ์อายุกว่าพันปี ซึ่งในอุทยานน้ำหยกนี้จะมี บ่อน้ำผุดศักดิ์สิทธิ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวน่าซีอยู่ด้วยกันกับรูปสักการะของเทพเจ้าผู้คุ้มครองภูเขาหิมะมังกรหยก ตามความเชื่อในวัฒนธรรมตงปาของชาวน่าซีบริเวณอุทยานน้ำหยก สายน้ำได้ให้กำเนิดน้ำตกมังกร 3 ชั้น 

    เย็นบริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  

    • พัก LUCKY DRAGON HOTEL หรือเทียบเท่า

    วันที่ห้าลี่เจียง – คุนหมิง – ร้านบัวหิมะ – วัดหยวนทง – ร้านหยก – อิสระช้อปปิ้ง   

    เช้าบริการอาหาร เช้า ณ โรงแรม

    • 08.55 น. สัมผัสประสบการณ์ใหม่ นั่งรถไฟความเร็วสูงเพื่อเดินทางไปยัง คุนหมิง รถไฟขบวนที่ D8662
    • 11.25 น. เดินทางถึงคุนหมิง 

    กลางวัน บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร

    • ร้านบัวหิมะ และ ศูนย์นวดแพทย์แผนโบราณจีน นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพผ่อนคลายความเมื่อยล้ากับยานวดขนาดพิเศษสูตรเดียวไม่ซ้ำใครพร้อมชมครีมเป่าซู่ถังหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ครีมบัวหิมะ สรรพคุณเป็นเลิศในด้านรักษาแผลไฟไหม้ผุพองและแมลงกัดต่อยเป็นยาสามัญประจำบ้าน
    • วัดหยวนทง เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของมณฑลยูนนาน สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 – ค.ศ.907) จนถึงปัจจุบัน เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนหยวนทงเจียง เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง แต่การสร้างวัดแห่งนี้ดูแล้วจะแปลกตากว่าวัดอื่นๆในจีน เพราะปกติแล้วการสร้างวัดของจีนส่วนมากต้องสร้างอยู่บนภูเขา แต่วัดหยวนทงสร้างต่ำกว่าภูเขาเนื่องจากวัดแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดโดยตรง แต่เคยเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมมาก่อน ภายในวัดตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานข้ามไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระ ลักษณะของวัดหยวนทงในปัจจุบันเป็นวัดในสมัยราชวงศ์ชิง เนื่องจากวัดนี้ได้ถูกทำลายในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการบูรณะโดยหูซาน ผู้เป็นคนพลิกประวัติศาสตร์จีน เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศจีนเกิดราชวงศ์ชิง ภายในวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงแห่งนี้เป็นวัดที่ผสมผสานทั้งวัดไทย พม่าและทิเบต ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาถึง 3 นิกาย ได้แก่นิกายมหาญาณ นิกายหินญาณและนิกายลามะของธิเบต
    • หยก ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงของประเทศจีน ให้ท่านได้เลือกซื้อ กำไรหยก แหวนหยก หรือผีเซียะสัตว์มงคลที่มีชื่อเสียง
    • ช้อปปิ้งอย่างอิสระที่ถนนคนเดิน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ ฝากญาติสนิทมิตรสหาย 

    วันที่ห้า คุนหมิง – ร้านผ้าไหม – กรุงเทพฯ       

    เช้าบริการอาหาร เช้า ณ โรงแรม

    • ร้านผ้าไหม ที่ขึ้นชื่อของประเทศของจีน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ทำจากผ้าไหม เช่น  ผ้าห่ม เสื้อผ้า รองเท้า เป็นต้น
    • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานฉางสุ่ย เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ 
    • 12.30 น.ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD583
    • 14.00 น.เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิ์ภาพทุกท่าน
       
฿23,900.00ราคา