Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

Europe Heritage GeNeBel 9D6N BY TG DEC - JAN 20

SKU: VTGBW071101

แฟร้งค์เฟิร์ต - คอคแฮม - บอนน์ - โคโลญ (เยอรมัน) - โรมอนด์เอ๊าท์เล็ต - อัลเมียร์ (เนเธอร์แลนด์) - อัมสเตอร์ดัม - เฮก - ร็อตเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) - แอนท์เวิร์ป (เบลเยี่ยม) - กีร์ธูร์น - ซานสคันส์

 

ระยะเวลาท่องเที่ยว : 9 วัน 6 คืน
กำหนดการเดินทาง : ธ.ค. - ม.ค. 63 
ราคาเริ่มต้น   66,300  บาท

 

รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรก28 ธ.ค.62สนามบินสุวรรณภูมิ

    • 22.00 น. นัดคณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 2-3 เคาน์เตอร์ D สายการบินThai Airways เจ้าหน้าที่คอยให้ความสะดวกเรื่องเช็คบัตรโดยสารและสัมภาระ

    วันที่สอง29 ธ.ค.62สุวรรณภูมิ-มิวนิค-อิงกอลสตัดท์-แฟร้งค์เฟิร์ต (เยอรมัน)

    • 00.50 น.นำท่านออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Thai Airways  เที่ยวบินที่ TG924
    • 06.45 น.เดินทางถึงสนามบินนครมิวนิค เมืองเศรษฐกิจของประเทศเยอรมัน
    • นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองของมิวนิค นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย
    • นำท่านชมนครมิวนิค ซึ่งมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ.1158  มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์คลาสสิคหรือแบบสมัยใหม่ และเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย  
    • นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน Marian Platz ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงามที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยู่มากมาย ให้ท่านถ่ายรูปและเช็คอินกับสถานที่สวยๆ ในย่านจัตุรัส
    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอิงกอลสตัดท์ Ingolstadt (ใช้เวลาเดินทงประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 4 ของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ เป็นแหล่งผลิตรถยนต์ออดี้และเครื่องบินแอร์บัสและสินค้าอิเล็คโทรนิคต่างๆ นำท่านเข้าสู่ อิงกอลสตัดท์เอ๊าท์เล็ตวิลเลจ Ingolstadt Outlet Village เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ที่มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Bally, Burberry, Calvin Klein, Camel, Fossil, Guess, Lacoste, Levi’s, NIKE, Samsonite, Swarovski, The North Face, Timberland, Tommy Hilfiger, TUMI, Valentino, Versace ฯลฯ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย  

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่แฟร้งค์เฟิร์ต ชม นครแฟร้งค์เฟิร์ต เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสส์และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ และยังเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์แฟร้งค์เฟิร์ตและธนาคารกลางยุโรป และยังเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) ผ่านชมทัศนียภาพบ้านเรือนและเส้นทางของประเทศเยอรมันที่มีความเป็นระเบียบสวยงามจนถึงนครแฟร้งค์เฟิร์ต

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Crowne Plaza Frankfurt Congress Hotel หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่สาม30 ธ.ค.62แฟร้งค์เฟิร์ต-คอคแฮม-บอนน์-โคโลญ (เยอรมัน)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 

    • นำท่านชม จัตุรัสกลางเมืองโรเมอร์ อันงามสง่า มีบ้านไม้ทรงเยอรมัน ที่ได้สร้างจำลองมาจากของเก่า โดยรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณอันสวยงาม ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นำท่านชมภายนอกของมหาวิหารโดมแห่งแฟรงค์เฟิร์ต ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ท่านเดินเล่นย่านจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405 ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัส จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดจุดหนึ่งในแฟรงก์เฟิร์ต มีอาคาร 9 อาคาร ซึ่งได้รับมาจากครอบครัวพ่อค้าครอบครัวหนึ่ง โดยอาคารตรงกลางกลายเป็น City Hall และถูกเชื่อมกับอาคารรอบๆ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของรัฐบาลท้องถิ่นมามากกว่า 600 ปี โดยทั้งภายนอกและภายในมีการตกแต่งด้วยสไตล์โกธิคสมัยใหม่ ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก พบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ”ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด จากนั้นนำท่านถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม Gerechtigkeitsbrunnen ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอลและวิหารใหญ่ประจำเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง คอคเฮม Cochem (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติคในหุบเขาเขตมลรัฐไรน์แลนด์ ฟาลซ์ Rheinland Pfalz เขตประเทศเยอรมัน ซึ่งเมืองนี้มีประชากรเพียง 6,000 คนเท่านั้น พื้นที่โดยมากของเมืองนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกันทำให้เกิดทัศนียภาพอันงดงาม 

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายมีเวลาให้ท่านชมเมืองที่แสนงดงามและถ่ายรูปกับปราสาทไรชส์เบิร์ก คอคแฮม จากด้านล่างของตัวเมือง ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่มีอายุอยู่ในช่วงยุคกลาง โดยสร้างแบบสไตล์นีโอเรอแนสซองส์ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา หนึ่งในปราสาท Unseen ที่มีความงามดังเทพนิยายมีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,000 ปี มีเวลาให้ท่านเดินเล่นและถ่ายรูปกับเมืองน่ารักแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบอนน์ Bonn (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองบอนน์ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 19 ของประเทศเยอรมัน ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลิน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโคโลญเพียง 25 กิโลเมตร ซึ่งบอนน์เคยเป็นเมืองหลวงของอดีตเยอรมันตะวันตกในช่วงปี ค.ศ.1949-1990 และยังเป็นที่ตั้งอย่างเป็นทางการขององค์กรรัฐบาลอีกหลายแห่ง ต่อมาจึงได้ย้ายไปยังเมืองเบอร์ลิน ปัจจุบันเมืองบอนน์ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองที่สำคัญแห่งหนึ่งของเยอรมัน และถือเป็นเมืองแห่งมหาวิทยาลัยเก่าแก่และบ้านเกิดของคีตกวีคนสำคัญคือบีโธเฟ่น นำท่านเดินเล่นชมเมืองและถ่ายรูปกับอนุเสาวรีย์บีโธเฟ่น คีตกวีชื่อดังและนักเปียโนชาวเยอรมันที่ได้รับการยกย่องในการประพันธ์เพลงต่างๆ ในหมู่คีตกวีท่านอื่นๆ และในวงการเพลงซิมโฟนีและคอนแชร์โต้ หรือถ่ายรูปกับวิหารประจำเมืองของเมืองบอนน์หรืออาคารสีเหลืองเก่าแก่พระราชวังป๊อปเปิลส์ดอร์ฟ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งบอนน์ จนสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองโคโลญ Cologne (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) 

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Azimut Hotel Cologne หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่สี่31 ธ.ค.62โคโลญ (เยอรมัน)-โรมอนด์เอ๊าท์เล็ต-อัลเมียร์ (เนเธอร์แลนด์)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 

    • นำท่านสู่เขตเมืองเก่า ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับภายนอกของมหาวิหารโคโลญ มหาวิหารที่อยู่ในรายชื่อของสถานที่แห่งมรดกโลก เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1248 แต่มีปัญหาให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้าง จึงต้องใช้เวลากว่า 600 ปีจึงสร้างเสร็จสมบูรณ์และสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1880 มหาวิหารโคโลญจ์ เป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นหอคอยแฝดสูง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร สร้างเพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี และโบสถ์เซ้นต์มาร์ตินและศาลาว่าการเมืองโคโลญ จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ เมืองโรมอนด์ Roermond (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ที่ McArthurGlen Outlet (Designer Roermond) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง Gucci, Prada, Polo, Ralph Lauren, Nike, Burberry, Michael Kors, Swarovski และอีกมากมาย อิสระให้ท่านเดินเล่นและช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ (เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวันภายในเอ๊าท์เล็ต)  
    • บ่ายได้เวลาสมควรตามนัดหมาย นำท่านเดินทางสู่เมืองอัลเมียร์ Almere (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) จัดว่าเป็นเมืองที่ใหม่ที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองอัลเมียร์ได้เป็นเมืองในเขตเทศบาลเมือง ในปี ค.ศ.1984 ตั้งอยู่ไม่ไม่ไกลจากกรุงอัมสเตอร์ดัมเพียงประมาณ 35 กิโลเมตร

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Bastion Hotel Almere หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่ห้า1 ม.ค.63อัลเมียร์-กีร์ธูร์น-ซานสคันส์-อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 

    • นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกีธูร์น Giethoorn Village (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในเขตของประเทศเนเธอร์แลนด์ นำท่านชมเมืองที่ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความน่ารักมากมาย มีผู้คนอาศัยอยู่ราวๆ 2,600 คน ส่วนมากเป็นชาวไร่ที่มีฐานะดี บ้านแต่ละหลังมีการออกแบบและตกแต่งให้เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกที่แสนน่ารักอบอุ่น มีคลองขนาดเล็กที่มีความยาวกว่า 7.5 กิโลเมตร แทรกตัวไปทั่วหมู่บ้าน มีสะพานไม้ทรงสวยมากกว่า 170 สะพาน ไว้เชื่อมระหว่างบ้านเรือนเข้าหากัน ชาวบ้านที่นี้ใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางสัญจรเท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่บุรุษไปรษณีย์ก็ต้องพายเรือส่งไปรษณีย์เช่นกัน และนี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ที่แสนมีเสน่ห์ของหมู่บ้านกีธูร์น จนทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ (The Venice of the Netherlands) ในปี 1958 ภาพยนตร์ตลกชื่อดังของ Bert Haanstra อย่าง Fanfare ได้ใช้หมู่บ้านกีธูร์นเป็นฉากหลักในการถ่ายทำ และมีผลทำให้หมู่บ้านไร้ถนนแห่งนี้ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกพลัดกันมาเยี่ยมชมความสวยงามสุดโรแมนติกของหมู่บ้านกีธูร์น ให้ท่านชมทัศนียภาพของหมู่บ้านและ นำท่านล่องเรือในลำคลองน้ำใสท่ามกลางอากาศแสนบริสุทธิ์ ชมบ้านเรือนทรงน่ารักที่เรียงรายอยู่ริมฝั่ง เพลิดเพลินไปกับดอกไม้หลากสีสันต่างๆ (ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) และให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกเป็นของฝาก  

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านวัฒนธรรมฮอลแลนด์ ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans) หมู่บ้านอนุรักษ์กังหันลมเก่าแก่ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โดยหมู่บ้านแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ของกังหันลมเอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งจะได้พบกับความสวยงามอย่างลงตัวของหมู่บ้านที่สร้างขึ้นสไตล์บ้านไม้แบบฮอลแลนด์ สัมผัสบรรยากาศแบบชนบทที่สวยงาม ซึ่งประกอบไปด้วยแม่น้ำ ทุ่งหญ้า และการปศุสัตว์ ให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับกังหันลม จัดเป็นหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกังหันของประเทศนี้ได้มีการใช้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในด้านการผันน้ำ วิดน้ำ ระบายน้ำเพื่อเอาดินในทะเลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ พร้อมชมการทำรองเท้าไม้ ที่ถือเป็นของและสินค้าที่ระลึกที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ และการทำชีสแบบเนเธอร์แลนด์ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัมส์ 

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Dutch Design Hotel Artemis หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่หก2 ม.ค.63อัมสเตอร์ดัม-เฮก-ร็อตเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์)-แอนท์เวิร์ป (เบลเยี่ยม)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 

    • นำท่านชมกรุงอัมเสตอร์ดัมเมืองแห่งสายน้ำ เมืองที่ได้สมญานามว่าเวนิสแห่งยุโรป เมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งตลอดสองฝั่งแม่น้ำแอมเทลจะพบเห็นบ้านเรือนแพที่จอดเรียงรายประดุจหมู่บ้านกลางสายน้ำอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนสองฝั่ง ถึงแม้ว่าจะไม่อาจเอ่ยได้ว่ามีความคลาสสิค แต่ก็มีเอกลักษณ์ที่คู่ควรแก่การไปเยือน นำท่านชมย่านเมืองเก่าและย่านจัตุรัสดัมส์สแควร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหรือสถานีรถไฟกลางของเมือง และนำท่านชมและถ่ายรูปด้านนอกกับพระราชวังหลวง (Royal Palace) หรือภาษาดัชท์ Konniklijk Paleis สร้างขึ้นในปี 1648-1654 เพื่อใช้เป็นศาลาว่าการเมือง จนมาในปี 1808 ในสมัยของกษัตริย์ Lodewijk Napoleon จึงได้เปลี่ยนมาใช้เป็นที่พักอาศัยของราชวงศ์ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ได้ถูกใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะของพระราชินี
    • จากนั้นนำท่านสู่ท่าเรือ ให้ท่าน ล่องเรือหลังคากระจก เพื่อชมบรรยากาศของเมืองเก่าอัมสเตอร์ดัมที่สร้างอยู่ริม 2 ฝั่งคลองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16-18 ซึ่งคลองนี้ขุดขึ้นมาเพื่อควบคุมระดับน้ำของแม่น้ำแอมสเตลที่มักจะเอ่อล้นเข้าท่วมในเมืองจนเป็นหนึ่งในตำนานของชื่อเมืองและปัจจุบันชาวเมืองยังใช้สัญจรไปมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมรูปปูนปั้นต่าง ๆ บ่งบอกถึงความมีฐานะศักดินาและบ้านบางหลังมีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี
    • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่กรุงเฮก The Hague เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศเนเธอแลนด์ รองจากกรุงอัมสเตอร์ดัมและร็อตเตอร์ดัม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นอกจากจะเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแล้ว กรุงเฮก ยังเป็นสถานที่ตั้งของศาลโลกอีกด้วย สถานทูตของเกือบทุกประเทศก็ตั้งอยู่ที่นี่รวมถึงสถานทูตของประเทศไทย นำท่านชมกรุงเฮกชมและถ่ายภาพด้านนอกกับอาคารสวยงามของที่ทำการศาลโลกหรือ Peace Palace 

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองร็อตเตอร์ดัม Rotterdam เมืองท่าหลักและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมาส ร็อตเตอร์ดัมนับเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอีราสมุส ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งเนเธอร์แลนด์ยุคใหม่ ในปี ค.ศ. 2007 ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็น "เมืองแห่งสถาปัตยกรรม"  
    • นําท่านชม เมืองร็อตเตอร์ดัม ที่มีลักษณะต่างจากเมืองอื่นๆ ในเนเธอร์แลนด์คือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ในปี ค.ศ. 2007 ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็น "เมืองแห่งสถาปัตยกรรม" นำท่านผ่านชมและถ่ายรูปภายนอก บ้านลูกเต๋าไคก์คูบูส (The Kijk Kubus The Cubic Houses) กลุ่มอาคารเหลืองขาวทรงลูกเต๋า 39 หลัง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการ ออกแบบสาขาประหยัดพลังงานโดยสถาปนิกนาม Piet Bloem แวะถ่ายรูปกับ สะพานขาวอีราสมูส (Erasmus Bridge) และสะพานแดงวิลเลมส์ (Willems Bridge) 2 ใน 3สะพานซึ่งเชื่อมเมืองสองฝั่งที่ถูกคั่นกลางด้วยแม่น้ำมาสเข้าด้วยกัน จากนั้นนําท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการประจำเมืองร็อตเตอร์ดัม (City Hall of Rotterdam) อาคารซึ่งรอดพ้นจากการโดนถล่มเมืองโดยกองทัพของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  
    • จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศเบลเยี่ยม เดินทางสู่ เมืองแอนท์เวิร์ป Antwerpen เมืองที่อยู่เหนือสุดของเขตประเทศเบลเยี่ยม เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นหลวงของจังหวัดแอนท์เวิร์ปซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อเมือง และเป็นที่ตั้งของท่าเรือแอนท์เวิร์ป ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจังหวัดตั้งอยู่บนแนวของแม่น้ำสเกลต์ แม่น้ำสายหลักของจังหวัด นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีสถานีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกรุงบรัสเซลส์และนครอัมสเตอร์ดัมในประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Ramada Plaza Antwerp Hotel หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่เจ็ด3 ม.ค.63แอนท์เวิร์ป-บรัสเซลส์ (เบลเยี่ยม)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    • นำท่านเดินเล่นชมเมืองแอนท์เวิร์ป ถ่ายรูปกับสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองที่มีการก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.18 อย่างสวยงามและมีความทันสมัย ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองในการก่อสร้างมากกว่าเมืองอื่นๆ ในยุคนั้น และเดินชมศาลาว่าการเมืองในบริเวณจัตุรัสโกรตมาร์ก สมัย ค.ศ.16 ปัจจุบันบริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร, ร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึกมากมาย ซึ่งมีการก่อสร้างเมืองในแบบยุคเก่าและทันสมัยได้อย่างลงตัว ชมมหาวิหารแอนท์เวิร์ปที่สร้างขึ้นในแบบโกธิค ประดับด้วยรูปภาพสวยงามมีชีวิตชีวาของศิลปินชื่อดังปีเตอร์ พอล รูเบ็น ซึ่งเป็นศิลปินที่ร่ำรวยทำให้สามารถผลิตผลงานได้จำนวนมาก พร้อมถ่ายรูปกับอนุเสาวรีย์ของปีเตอร์รูเบ็นโดยรอบจัตุรัส
    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองบรัสเซลล์ ศูนย์กลางด้านการเมืองนานาชาติแห่งสหภาพยุโรป อีกทั้งยังเป็นศูนย์บัญชาการกลางขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ นอกจากนี้บรัสเซลส์ยังเป็นที่ตั้งของนาโต (NATO) อีกด้วย ทำให้หลายประเทศมีสถานทูตในบรัสเซลส์ถึง 3 แห่ง คือ สถานทูตปกติของแต่ละประเทศ สถานทูตประจำสหภาพยุโรปและสถานทูตประจำนาโต  

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารจีน

    • บ่ายนำท่านชมและถ่ายรูปภายนอก อะโตเมี่ยม ประติมากรรมอันงดงามสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลกเอ็กซ์โป ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศเบลเยี่ยม ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญ และปัจจุบันถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงบรัสเซล  จากนั้นนำท่านชมเมืองและชมความสวยงามของจัตุรัสแกรนด์เพลซ ที่เป็นแลนด์มาร์คของบรัสเซล สถานที่ตั้งของอดีตพระราชวังหลวง ศาลาว่าการเมืองเก่า ที่มีสร้างด้วยศิลปะหลายยุคสมัยทั้งสไตล์โกธิค บารอคและรอคโคโค นำท่านถ่ายรูปคู่กับหนูน้อยมาเนเคนพีส หรือหนูน้อยยืนฉี่  สัญลักษณ์ที่สำคัญยิ่งของบรัสเซลลส์และเลือกซื้อของฝากและช็อคโกแล็ตรูปหนูน้อยมาเนเคสพิสแสนอร่อย ซึ่งประเทศเบลเยี่ยมยังเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยของช็อคโกแล็ตอีกด้วย  

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมืองกับเมนูหอยแมลงภู่ชื่อดังของบรัสเซลส์

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Ramada Brussels Woluwe Hotel หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่แปด4 ม.ค.63บรัสเซลส์-สนามบิน (เบลเยี่ยม)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    

    • 09.00 น.นำท่านเช็คเอ๊าท์จากที่พักตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์
    • 13.10 น.นำท่านออกเดินทางออกจากนครบรัสเซลส์ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG935

    วันที่เก้า5 ม.ค.63สนามบินสุวรรณภูมิ 

    • 06.10 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ..
    • รายการการเดินทางอาจมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น การจราจร  การซ่อมแซมถนน  สภาพอากาศ  หิมะตก  การเมือง  การจลาจล  การปกครอง หรือภัยธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
฿66,300.00ราคา