Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

Beautiful Bavaria (Austria Czech German) 8D5N BY BR SEP - DEC 19

SKU: VTGBW200501

เวียนนา (ออสเตรีย) - เชสกี้ครุมลอฟ (สาธารณรัฐเช็ค) - ปราค - นูเรมเบิร์ก (เยอรมัน) - อิงกอลสตัดท์ - มิวนิค (เยอรมัน) - งกอลสตัดท์เอ้าท์เล็ตวิลเลจ Ingolstadt Outlet Village - จัตุรัสมาเรียน Marian Platz  - เมืองโฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau - เมืองซาลสเบิร์ก Salzburg

 

ระยะเวลาท่องเที่ยว : 8 วัน 5 คืน
กำหนดการเดินทาง : ก.ย. - ธ.ค. 62
ราคาเริ่มต้น  44,500  บาท


รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรกกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

    • 23.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 8 เคาน์เตอร์สายการบินอี วี เอ แอร์ เคาน์เตอร์ R เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง (กรุณามาให้ตรงเวลา เนื่องจากกฎของสายการบิน ท่านต้องมาแสดงตัวของท่านเอง)
    • กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

    วันที่สองเวียนนา (ออสเตรีย)-เชสกี้ครุมลอฟ (สาธารณรัฐเช็ค)-ปราค

    • 02.20 น.ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ นำท่านบินตรงสู่นครเวียนนา โดยสายการบินอีวีเอ แอร์ เที่ยวบินที่ BR061
    • 08.35 น.เดินทางถึงสนามบินนครเวียนนา ประเทศออสเตรีย จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ จากนั้นรถโค้ชรอรับและนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองเชสกี้ครุมลอฟ Cesky Krumlov ในเขตประเทศสารณรัฐเช็ค (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) ผ่านชมบ้านเรือนต่างๆ และทัศนียภาพงดงามระหว่างเมืองจนถึงเมืองเชสกี้ครุมลอฟ เมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของประเทศสาธารณรัฐเช็ค ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งโบฮีเมีย มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมและศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ชื่อเมืองนี้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อแยกความแตกต่างจากเมืองมอรัฟสกีครุมลอฟ และครุมลอฟมอเรเวีย ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเป็นสถานที่จัดเทศกาลและงานรื่นเริงต่างๆ มากมายในแต่ละปี

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านชมเมืองมรดกโลกเชสกี้ครุมลอฟ เมืองโบราณที่มีอายุมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จากการก่อตั้งเมืองของตระกูล Rozmberk จนกลายมาเป็นของอาณาจักรโบฮีเมียและบาวาเรีย สุดท้ายเมืองก็กลับมาอยู่ในการปกครองของตระกูล Schwarzenberg และครุมลอฟก็เจริญขึ้นเรื่อยๆ จากการที่อยู่ในเส้นทางการค้าขายในอดีตและยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในเมืองมรดกโลกที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ.1992
    • ชมเมืองเก่าเชสกี้ครุมลอฟ พร้อมถ่ายภาพภายนอกของปราสาทครุมลอฟ ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและต่อเติมในหลายยุคสมัย เปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้งหลายคราแต่ก็ยังคงความงดงามของปราสาทที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในคุ้งน้ำวัลตาวา ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยสถาปัตยกกรรมในช่วงศตวรรษที่ 13 ยุคเรอเนสซองซ์และผสมปสานกับแบบโกธิคและร็อคโคโค่ เป็นที่อยู่ของลอร์ดโรเซนเบิร์กและท่านลอร์ดชวาร์เซนเบิร์ก ผู้ทรงอำนาจในยุคนั้น สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ กรุงปราค Prague เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค นครหลวงแห่งอาณาจักรโบฮีเมียที่โด่งดังในอดีต ตั้งแต่ยุคสมัยของกษัตริย์ชาร์ลสที่ 4 ได้สร้างให้ปราคกลายเป็นหนึ่งในนครที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของยุโรป (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน 

    • จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่สามปราค (สาธารณรัฐเช็ค)-นูเรมเบิร์ก (เยอรมัน)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  

    • นำท่านชม กรุงปราค เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ค ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มยุโรปตะวันออก เป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ พรั่งพร้อมไปด้วยศิลปะ ดนตรี การเต้นรำ ภาพยนตร์และละครเวที ทั้งยังเป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมยุโรปขนานแท้ เป็นเมืองที่มีความสวยงามและโรแมนติก รอดพ้นจากภัยสงครามในอดีตและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1992
    • นำท่านชมความสวยงามของกลุ่มปราสาทแห่งกรุงปราค ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวาอดีตที่ประทับของจักรพรรดิแห่งโบฮีเมีย ปัจจุบันเป็นที่ทำการของคณะรัฐบาล นำท่านชมวิวสวยบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นตัวเมืองปราคที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ที่ท่านจะเห็นถึงชื่อที่มาของเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ที่ท่านจะเห็นยอดแหลมของอาคารต่างๆ อีกด้วย
    • นำท่านเดินชมภายนอกเขตของตัวปราสาท ซึ่งบริเวณเดียวกันมีมหาวิหารเซนต์วิตัส ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราค สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras เป็นที่เก็บมงกุฎเพชรซึ่งทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทำให้เมืองปราค เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธิคที่ได้ตกแต่งประดับประดาไปด้วยหัวสัตว์ประหลาดมากมายที่ทำด้วยหินตั้งอยู่บนหลังคาและปากท่อรางน้ำฝน นอกจากนี้รอบๆ ตัวปราสาทมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง อย่างเช่นโบสถ์เซนต์จอร์จ ให้ท่านถ่ายภาพของปราสาทอันสวยงาม และชมหอนาฬิกาดาราศาตร์ โดยทุกๆ ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 21.00 น. เมื่อถึงเวลาที่นาฬิกาบอกเวลา จะมีหน้าต่างเล็กๆ สองบานเปิดออก ขบวนตุ๊กตารูปปั้นที่เป็นสาวกพระเยซูจะพากันเดินพาเหรดออกมา โดยนาฬิกาดาราศาสตร์แห่งนี้สามารถบอกเวลาได้ทั้ง วัน เดือน ปี รวมไปถึงจักรราศีอีกด้วยซึ่งถูกสร้างขึ้นมากว่า 600 ปีมาแล้ว พร้อมให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศสวยงามของ สะพานชาร์ลส ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา สัญลักษณ์ที่สำคัญของปราคที่สร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์ชาร์ลสที่ 4 ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เหล่าศิลปินต่างๆ นำผลงานมาแสดงและขายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ ** เพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าให้ท่านอิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย **
    • บ่ายนำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองเนินร์แบร์ก หรือนูเรมเบิร์ก Nuremberg ในเขตประเทศเยอรมัน อีกหนึ่งเมืองแสนสวยน่ารักๆ ของเยอรมันเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง เมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรีย อันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี โดยเป็นเมืองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งอดีตเป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) 

    ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน  

    • จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่สี่นูเรมเบิร์ก-อิงกอลสตัดท์-มิวนิค (เยอรมัน)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  

    • นำท่านเดินชมย่านเมืองเก่านูเรมเบิร์กที่มีอายุกว่า 900 ปี ซึ่งถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักในปี 1945 จากสัมพันธมิตรแต่ปัจจุบันได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้งดงามดังเดิม
    • นำท่านแวะถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของโบสถ์เซนต์ลอร์เรนซ์ ชมจัตุรัสกลางใจเมือง ซึ่งมีตลาดนัดขนาดใหญ่ประจำเมือง อันถือเป็นตลาดนัดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ด้านตะวันออกของตลาดมีโบสถ์พระแม่มาเรีย จุดเด่นคือมีนาฬิกาตุ๊กตาไขลานที่หน้าจั่วของโบสถ์พระแม่มาเรีย ตัวนาฬิกาและตุ๊กตาประดับนี้ถูกสร้างเพิ่มเติมภายหลังในปี ค.ศ. 1509 เพื่อเป็นการรำลึกถึง พระราชกฤษฎีกาทองคำปี 1356 อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามของน้ำพุเชินเนอร์บรุนเนนสร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ 1389-1396 ด้วยหินรูปทรงปิรามิดยาว 19 เมตร มีลักษณะคล้ายยอดหอคอยสไตล์กอธิค ในแต่ละชั้นมีรูปปั้นประดับอยู่รวมทั้งหมด 40 ตัว โดยรูปชั้นบนสุดเป็นรูปปั้นโมเสสและ 7 นักพยากรณ์  
    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอิกอลสตัดท์ Ingolstadt  (ใช้เวลาเดินทงประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 4 ของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ เป็นแหล่งผลิตรถยนต์ออดี้และเครื่องบินแอร์บัสและสินค้าอิเล็คโทรนิคต่างๆ
    • นำท่านสู่ อิงกอลสตัดท์เอ้าท์เล็ตวิลเลจ Ingolstadt Outlet Village เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ที่มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Bally, Burberry, Calvin Klein, Camel, Fossil, Guess, Lacoste, Levi’s, NIKE, Samsonite, Swarovski, The North Face, Timberland, Tommy Hilfiger, TUMI, Valentino, Versace ฯลฯ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย  
    • ** เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย **
    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่นครมิวนิค Munich นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย
    • นำท่านชมนครมิวนิค ซึ่งมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ.1158  มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์คลาสสิคหรือแบบสมัยใหม่ และเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย  
    • นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน Marian Platz ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงามที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยู่มากมาย  
    • ** เพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้า อิสระอาหารกลางค่ำตามอัธยาศัย **
    • จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3.5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่ห้ามิวนิค-โฮเฮนชวานเกา (เยอรมัน)-ซาลสเบิร์ก (ออสเตรีย)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  

    • นำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของประเทศเยอรมนีติดกับชายแดนประเทศออสเตรีย เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน และเป็นที่ตั้งของปราสาทของกษัตริย์บาวาเรียและยังแวดล้อมไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
    • จากนั้นนำท่านเข้าชม “ปราสาทนอยชวานสไตน์” Neuschwanstein Castle  ซึ่งอยู่บนเนินเขาสูงที่สร้างจากบัญชาของกษัตริย์ลุดวิคที่ 2 ที่ต้องการสร้างปราสาทตามเทพนิยายของริชาร์ด วากเนอร์ ศิลปินคนโปรดของพระองค์ นำท่านชมวิวสวยจากสะพานแมรี่จุดที่ถ่ายรูปกับปราสาทนี้ได้ดีที่สุด ดั่งรูปโปสเตอร์ โปสการ์ดต่างๆ ซึ่งความงามนี้ยังทำให้ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทต้นแบบที่วอลท์ดีสนีย์ได้นำมาสร้างเป็นปราสาทในภาพยนตร์การ์ตูนและเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทดิสนีย์ด้วย (การเดินทางไปสู่ปราสาทบริการด้วยรถชัทเทิ้ลบัส หากรถปิดให้บริการด้วยกรณีใดๆจะต้องใช้การเดินเท้าแทนหรือนั่งรถม้าซึ่งบริการรถม้าไม่รวมอยู่ในค่าบริการ หากโดยสารขึ้นลงชำระเพิ่มท่านละประมาณ 10 ยูโร)

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองซาลสเบิร์ก Salzburg เมืองแห่งศิลปินเพลง ซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)  
    • นำท่านชมเมืองซาลสเบิร์ก เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปินเพลง และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง The Sound of Music ที่โด่งดัง รวมถึงยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย
    • นำท่านเดินข้ามแม่น้ำซาลสอัคช์เพื่อเดินเล่นชมเมืองเก่าของ ซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต  ชมมหาวิหารใหญ่หรือมหาวิหารแห่งเมืองซาลสเบิร์ก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเรอเนอซองส์ตอนปลายต่อบาร็อคตอนต้น ถือเป็นโบสถ์บาร็อคยุคแรก โดยสร้างขึ้นใหม่เพื่อแทนโบสถ์หลังเดิมที่ถูกไฟไหมใหญ่จนเกินซ่อมแซมและถูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถล่มเสียหาย
    • จากนั้นให้ท่านเดินเล่นบนถนนเกไตรเด้ ที่มีบ้านเรือนเรียงราย ซึ่งถูกสร้างขึ้นช่วงในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือมีลานบ้านที่มีหลังคาสวยงาม ป้ายเหล็กที่บ่งบอกชื่อร้านค้าหรือบ้านเรือนที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างที่เป็นภาพปูนแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีร้านค้าแบรนด์เนมมากมายและเป็นที่ตั้งของบ้านเกิดของโมสาร์ต ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 250 ปีเมื่อปี 2006 ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วย (เทศบาลเมืองไม่อนุญาตให้นำรถบัสนำนักท่องเที่ยวเข้าในเขตบริเวณเมืองเก่า)
    •  ** เพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้า อิสระอาหารกลางค่ำตามอัธยาศัย **
    • จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่หกซาลสเบิร์ก-ฮอลสตัท-เวียนนา (ออสเตรีย)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  

    • นำท่านเดินทางสู่เมือง ฮอลสตัท Hallstatt เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ให้ท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม
    • อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง  

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย หนึ่งในเมืองที่มีความโรแมนติกมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป สะอาดและสวยงามด้วยศิลปะต่างๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองในอดีตกระจายอยู่ทั่วเมือง เวียนนา ยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย มีแม่น้ำสายสำคัญของยุโรปคือแม่น้ำดานูบไหลผ่าน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
    • จากนั้นนำท่านสู่ย่านถนนคนเดินหรือ Walking Street ที่ถนนคาร์ทเนอร์ ถือเป็นย่านถนนคนเดินที่มีความสำคัญมากที่สุดของเมืองเวียนนา อาคารต่างๆ ในบริเวณนี้รอดพ้นจากการถูกทำลายเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งด้วยสไตล์แบบโนเบิล ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ รวมถึงของที่ระลึกมากมาย
    • ** เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าให้ท่านอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ** 
    • จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

    วันที่เจ็ดเวียนนา-สนามบิน (ออสเตรีย)

    เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  

    • นำท่านเข้าชมความงดงามของ พระราชวังเชรินน์บรุนน์ Schonbrunn Palace พระราชวังฤดูร้อนแห่งราชวงศ์ฮับสเบิร์กที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระราชวังใดในยุโรป ที่มีการตกแต่งห้องด้วยศิลปะในหลายรูปแบบทั้งบาร็อคและร็อคโคโค หรือศิลปะประยุกต์จากทางเอเซีย และยังมีเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ ประดับอยู่อย่างวิจิตรงดงาม รวมทั้งสวนภายในพระราชวังที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าโยเซฟที่ 1 เป็นผู้ดำริในการสร้างให้มีความหรูหราโอ่อ่าเทียบเท่ากับพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสเป็นพระองค์แรกแต่พระราชวังเดิมได้รับความเสียหายจากการทำสงครามจึงได้มีการก่อสร้างและบูรณะขึ้นมาใหม่โดยสถาปนิกประจำราชสำนักและมีการสานต่อการก่อสร้างมาโดยตลอดมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซ่า ในปี 1749 โดยพระราชวังแห่งนี้มีห้องต่างๆ มากมายกว่า 1,400 ห้อง สีที่โดดเด่นคือสีเหลืองซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์แห่งความเรืองโรจน์ของระบอบราชาธิปไตยภายใต้ราชวงศ์ฮับสบวร์ก ทำให้เวียนนามีความโดดเด่นจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1996  

    กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

    • บ่ายนำท่าน เข้าชมมหาวิหารเซ้นต์สตีเฟ่น St.Stephens Cathedral หรือในภาษาเยอรมันว่า ชเตฟานส์ดอม Stephansdom เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิก เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน มีเอกลักษณ์เด่นคือยอดปลายแหลมของสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ตัวโบสถ์ของมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น มีขนาดใหญ่ ทรงสูง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบกว่า 230,000 แผ่นและโมเสคที่เป็นรูปนกอินทรีสองหัวอันโดดเด่น โดยส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของโบสถ์คือกำแพงทางทิศตะวันตก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1237
    • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับอาคารรัฐสภา  ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมสภาออสเตรียมานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในช่วงเวลาการปกครองโดยจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ เป็นอาคารโอ่อ่าใหญ่โตที่สุดหลังหนึ่งบนถนนสายวงแหวน Ringstrasseโดยสถาปนิกออกแบบอาคารหลังนี้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีก ด้วยเสาต้นใหญ่ รูปปั้น และห้องโถงต่างๆภายในอาคาร ภายนอกอาคารตกแต่งด้วยรูปปั้นเทพและทูตสวรรค์กว่า 100 องค์ รวมถึงรถม้าทำศึกขนาดใหญ่สี่คันบนหลังคา บริเวณด้านหน้าเป็นที่ตั้งของน้ำพุพัลลัสอะธีน่าอันโด่งดัง โดยมีเทพีอะธีนายืนเด่นเป็นสง่า เสริมด้วยรูปปั้นอื่นๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขตแคว้นต่างๆ ของจักรวรรดิออสเตรียและจักรวรรดิฮังการี
    • สมควรแก่เวลาให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเวียนนา
    • 18.35 น.นำท่านออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินอีวีเอแอร์  เที่ยวบินที่ BR062

    วันที่แปดสนามบินสุวรรณภูมิ 

    • 10.00 น.เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมทุรปราการ  โดยสวัสดิภาพ.. 
    • **กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**
    • รายการทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมหรือสภาพอากาศ หรือมีเหตุการณ์อื่นๆ 
    • ที่ไม่คาดคิดหรือมีผลกับการเดินทางและรายการทัวร์  และหากที่พักตามรายการไม่ได้รับการยืนยัน 
    • บริษัทฯ ขอทำการเปลี่ยนโรงแรมที่พักในระดับเดียวกันหรือเมืองใกล้เคียงให้ 
    • ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของคณะเป็นสำคัญ
฿44,500.00ราคา