Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

เกาหลี [เลสโก โรแมนติกเปลี่ยนสี] 5D3N BY TW SEP - NOV 19

SKU: ZTBW190902

พาราไดซ์ ซิตี้ – สวนศิลปะ อันยาง – เทศกาลไฟ PAJU FIRST GARDEN -  สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ – COSMETIC OUTLET – ศูนย์สมุนไพรโสม – ถนนฮงแด - ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน – ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู – พระราชวังถ็อกซูกุง – ถนนเลียบกำแพงหิน – ตลาดโบราณทงอิน – ดิวตี้ฟรี – ตลาดเมียงดง


ระยะเวลาท่องเที่ยว : 5 วัน 3 คืน
กำหนดการเดินทาง : ก.ย. - พ.ย. 62
ราคาเริ่มต้น   1.3,999  บาท

 

รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

    • 22.00 น.คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 6 เคาน์เตอร์ L สายการบิน T’WAY (TW) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบิน T’ WAY จัดที่นั่งแบบ 3-3 น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน 
    • หมายเหตุ เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการ ก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**) 

    วันที่สอง  เกาหลีใต้ (สนามบินอินชอน) – พาราไดซ์ ซิตี้ – สวนศิลปะ อันยาง – เทศกาลไฟ PAJU FIRST GARDEN

    • 01.25 น.บินลัดฟ้าสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยเที่ยวบินที่ TW102 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)
    • 08.35 น.เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือ สะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร 
    • นำท่านไปยังจุดเช็คอินสุดเก๋ พาราไดซ์ ซิตี้ ตั้งอยู่ในโซน Culture Park ตึกที่มีรูปทรงแหวกแนวที่มีดีไซน์สุดล้ำไม่ซ้ำใคร ไปถ่ายรูปชิคๆ กันให้หนำใจ ที่นี่มีแหล่งบันเทิงครบวงจรเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้มีทั้งโรงแรม คาสิโน แกลลอรี่ สวนสนุก ภัตคารร้านอาหาร สระว่ายน้ำ และจุดชอปปิ้ง มีครบทุกอย่างในแหล่งเดียว 

    กลางวันบริการอาหาร (1) เมนู  บูลโกกิ หมูหมักสไตล์เกาหลี มีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยนำหมูลงในกระทะพร้อมน้ำซุปปรุงรส เมื่อสุกรับประทานพร้อมเครื่องเคียงและข้าวสวย

    • จากนั้นนำท่านไป ANYANG ART PARK สวนศิลปะสุดฮิปใกล้กรุงโซล มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินแบบฟูลออฟชั่น อาทิ โซน Grass on Vacation เป็นสะพานสีขาว จุดแรกที่ทุกคนจะต้องเจอเพื่อข้ามไปยังจุดอื่นๆ โซน Paper Snake เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความอาร์ตมาก รูปทรงคล้ายงูตามชื่อคอนเซ็ป โซน Linear Building on The Tree เป็นอุโมงค์ที่มีรูปทรงคดเคี้ยวและยาวมาก เดินทะลุออกไปจะพบกับลานกว้างๆ สีน้ำตาลรูปทรงแปลกตา โซน Artificial Fall เป็นน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ แต่หากเข้าไม่ถึงความอาร์ตนั้นก็สามารถหามุมชิคๆ เก๋ๆ ถ่ายรูปได้ โซน Dimension Mirror Labyrinth เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยกระจกเหมือนเป็นเขาวงกตกลางป่าใหญ่ โซน Anyang Crate House เป็นการนำเอาพลาสติกที่เหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ พอเข้าไปด้านในจะมีแสงลอดเข้ามาตามช่อง ถ่ายรูปออกมาจะดูสวยมาก โซน The Tail of Dragon เป็นหลังคาบ้านเกาหลีโบราณที่โผล่ขึ้นมาจากดิน ลักษณะคล้ายหางมังกร โซน Anyang Peak เป็นจุดชมวิวของสวนแห่งนี้ และโซน Re. Vol. Ver. เป็นคอนเซ็ปบ้านเล็กกลางป่าใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะอีกหลายจุดที่น่าสนใจ และสถาปัตยกรรมอื่นที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ในสวนเยอะมาก หากใครที่ไม่ได้อินกับงานศิลปะ แค่มาถ่ายรูปก็ถือว่าคุ้มสุดคุ้ม
    • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง PAJU FIRST GARDEN คอซีรี่ย์ Abyss ห้ามพลาด! เดินชมสวนสวยขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใหญ่โตถึง 15000 ตารางเมตร มีด้วยกันถึง 25 ธีม อาทิ Flower Garden, Water Garden, Light Garden ซึ่งสวนแต่ละธีมนั้นจะมีเสน่ห์ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ยามค่ำคืนสวนสวยแห่งนี้จะเปิดไฟประดับ Starlight Festival สามารถเดินชมจัตุรัส Toscana และน้ำพุ Zeus ที่เปล่งประกายระยิบระยับ พร้อมถ่ายภาพสวนกุหลาบสวยๆ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความรักของเทพ Aphrodite, Eros และ Pussuke

    เย็นบริการอาหาร (2) เมนู ชาบู ชาบูสไตล์เกาหลี คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผัก เห็ด และวุ้นเส้นเกาหลี เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในเกาหลี และยังเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาอย่างยาวนานอีกด้วย

    • พักที่ GRAND PALACE / INCHEON RIVERA VERIUM / CHOYANG HOTEL หรือระดับเดียวกัน

    วันที่สาม สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ – COSMETIC OUTLET – ศูนย์สมุนไพรโสม – ถนนฮงแด

    เช้ารับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้ Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัว แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว
    • ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!! สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา (Rolling X-Train) ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆ เหวี่ยงๆ ให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน! ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin) ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure) เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะเหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศา และไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้ รถไฟเหาะรางไม้ (T-EXPRESS) รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งมีความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็ว 104 กิโลเมตร/ชั่วโมง 
    • พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย!! ในโลกของ Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีสัตว์มากกว่า 2,000 ตัว จาก 200 กว่าสายพันธุ์ พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซน Safari World พบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่า เสืออันดุร้าย และหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ จะมีอะไรตื่นเต้นไปกว่าการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก!! ตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valley พร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆ ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว
    • กลางวันอิสระอาหารกลางวัน (ให้ทุกท่านได้อิสระตามอัธยาศัย เพื่อความเพลิดเพลินในการเล่นเครื่องเล่น)
    • เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษา!! เดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดู (Four Season Garden) ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน อาทิเช่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนเมษายน – มิถุนายน เป็นสวนดอกทิวลิป และดอกกุหลาบ ในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน - สิงหาคม เป็นสวนดอกลิลลี่หลากสีสัน ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเดือนนี้จะมีเทศกาลคลายร้อนไปกับสายน้ำ (Summer Splash) ในฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน เป็นสวนดอกเบญจมาศ พร้อมกับมีจัดตกแต่งสวนสนุกให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีน (Happy Halloween) มีการจัดขบวนรถแฟนซีแห่รอบสวนสนุก และมีเจ้าหน้าที่แต่งตัวเป็นผีมาเดินแกล้งนักท่องเที่ยวด้วย ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียง สุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade
    • การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ! ชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัล แฟนตาซี พาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไปจนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วย สนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกัน ช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกัน อย่าเพิ่งรีบกลับ! หากท่านยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน และยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง อย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ 14.30 18.30 และ 19.30 น.
    • จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ
    • จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
    • จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีผลงานศิลปะที่ส่วนใหญ่เป็นศิลปะแนวร่วมสมัยจัดวางแสดงเต็มพื้นที่ของถนนปิกัสโซ่ที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นสีสันของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน

    เย็นบริการอาหาร (4) เมนู พอร์คคาลบิ ต้นตำรับอาหารเลื่องชื่อของประเทศเกาหลีใต้ 

    • เป็นหมูย่างที่ผ่านการหมักจนได้ที่ นำมาย่างบนเตาถ่านร้อนๆ สุกกำลังดี แล้วตัดชิ้นพอคำ รับประทานกับซอส กระเทียม กิมจิ และใช้ใบผักกาดหอมสดห่อเป็นคำๆ คล้ายเมี่ยงคำ แกล้มด้วยพริกเกาหลีเม็ดโตสีเขียวสด พร้อมข้าวสวย
    • พักที่ BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

    วันที่สี่  ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน – ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู – พระราชวังถ็อกซูกุง – ถนนเลียบกำแพงหิน – ตลาดโบราณทงอิน – ดิวตี้ฟรี – ตลาดเมียงดง

    เช้ารับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5)

    • จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน ที่สกัดจากน้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย
    • นำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา
    • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง พระราชวังถ็อกซูกุง 1 ใน 5 พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์โชซอน มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่โดดเด่นสง่างามท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกใจกลางกรุงโซล แต่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งสวยงามไปอีก ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนเวรยามของทหาร หากมาได้ถูกจังหวะจะได้ชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นจะมี 3 รอบ คือ รอบแรกตอน 11.00 น. รอบที่สอง 14.00 น. และรอบสุดท้ายตอน 15.30 น.
    • หมายเหตุ : กรณีที่พระราชวังถ็อกซูกุงไม่เปิดทำการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการทดแทนเป็น พระราชวังชางด็อกกุง *** พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง ในปี ค.ศ. 1405 และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ ซึ่งมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ พระราชวังแห่งนี้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์ถึง 9 พระองค์ ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวัง ได้แก่ พระตำหนัก INJEONGJEON พระตำหนัก DAEJOJEON พระตำหนัก SEONJEONGJEON และพระตำหนัก NAKSEONJAE 
    • นอกจากนี้ ยังมีอีกไฮไลท์ที่สำคัญของพระราชวังแห่งนี้คือ ถนนเลียบกำแพงหิน ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ ถนนจองดง หรือ ถนนถ็อกซูกุง-ทลดัม มักมีผู้นิยมไปเดินเล่นพักผ่อนชื่นชมควาามงดงามของพระราชวัง พร้อมกับเดินชมวิวต้นแปะก๊วยสีเหลืองที่ปลูกเรียงรายเลาะเลียบรั้ววัง ทอดยาวจากพระราชวังถ็อกซูไปจนถึงโรงละครชองดงตามแนวโค้งของถนน ขนานกับแนวกำแพงหินสีน้ำตาลเทาสวยงาม ทำให้ถนนเส้นนี้มีเสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ในตัวเป็นอย่างมาก ถนนที่สวยงามแห่งนี้ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นถนนเส้นที่โรแมนติกแห่งหนึ่งในโซล และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเดินเล่นในฤดูใบไม้ร่วง ใบแปะก๊วยสีเหลืองที่เรียงรายเลียบกำแพงไปนั้น ยิ่งเพิ่มบรรยากาศให้โรแมนติกมากขึ้นไปอีก 

    กลางวันบริการอาหาร (6) เมนู ไก่ตุ๋นโสม อาหารบำรุงสุขภาพ ไก่ขนาดกำลังเหมาะ ยัดไส้ด้วยโสม แปะก๊วย และสมุนไพรบำรุงร่างกาย เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ

    • จากนั้นนำท่านไปยัง ตลาดโบราณทงอิน ตลาดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของกรุงโซล สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1941 ถือว่าเป็นสตรีทฟู้ดศูนย์รวมอาหารอร่อยๆ ที่น่าไปเยือน ทั้งอาหารปรุงสำเร็จ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมของชาวเกาหลีก็มีมากมาย เช่น ต็อกบ็อกกี ทวีคิม จับเซ ผัดวุ้นเส้นเกาหลี หมูผัดกิมจิ ตลาดทงอินจะมีเอกลักษณ์คือ อาหารในแบบถาดข้าวกล่อง หรือที่ชาวเกาหลีเรียกว่า โดชิรัค แต่ต้องแลกเหรียญโบราณเพื่อซื้ออาหาร คล้ายกับตลาดโบราณหลายแห่งในบ้านเราที่ต้องใช้เงินพดด้วง หรือเงินในสมัยโบราณแลกซื้อของนั่นเอง โดยเริ่มจากทำการแลกเหรียญโบราณพวงละ 5,000 วอน จะได้รับเหรียญ 500 วอน จำนวน 10 เหรียญ พร้อมกับถาดสำหรับใส่อาหารที่เข้าร่วมโครงการ โดยดูจากป้ายที่ติดไว้หน้าร้านค้าว่า 도시락 Café สามารถเลือกซื้ออาหารได้ 5 อย่าง โดยอาหารที่แนะนำว่าจะต้องลิ้มลองก็คือต๊อกโบกี 
    • จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น ชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L'Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร
    • จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น 
    • ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต
    • เย็นอิสระอาหารเย็น (ให้ทุกท่านได้อิสระตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการช็อปปิ้ง)
    • พักที่  BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

    วันที่ห้า  พลอยอเมทิส – มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา – สวนป่ากรุงโซล SEOUL FOREST – ละลายเงินวอน ซุปเปอร์มาร์เก็ต – สนามบินอินชอน – สนามบินสุวรรณภูมิ 

    เช้ารับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (7)

    • จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ
    • จากนั้นนำท่านชม มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา เป็นมหาวิทยาลัยสตรีที่มีชื่อเสียง และมีความโดดเด่นของอาคารเรียนเป็นอย่างมาก มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม บริเวณโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงา แต่ยังให้ความสวยงามทั้งในยามดอกไม้บานอย่างซากุระ หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีการเปลี่ยนสีของใบไม้ที่สวยงาม

    กลางวันบริการอาหาร (8) เมนู บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลี ประกอบด้วยผักต่างๆพร้อมกับเนื้อสัตว์หมัก เสิร์ฟบริการพร้อมซุปชาบูหม้อร้อนๆ

    • จากนั้นนำท่านแวะเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ที่ป่าใหญ่ใจกลางกรุง SEOUL FOREST มีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 1.2 ล้านตารางเมตร ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามภายในสวนแห่งนี้ จึงมักเป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแทบฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งทัศนียภาพอันงดงามของต้นแปะก๊วยสีเหลือง ประกอบไปด้วยสวนสาธารณะทั้งหมด 5 สวนคือ Culture and Arts Park ตั้งอยู่ส่วนกลางของสวนป่าโซล และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ประกอบไปด้วย Seoul Forest Square, Ttukseom Family Field, Visitor’s center, บริเวณจัดแสดงดอกไม้ตามฤดูกาล, ลานสเก็ต, ลานกิจกรรมกลางแจ้ง, ห้องรับรองริมน้ำ (ร้านอาหาร) และอื่นๆ Ecological Forest ป่านิเวศน์ที่เป็นที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติของสัตว์ป่า ได้แก่ กวางป่า, เป็ดแทนดาริน Experiential Learning Park อุทยานการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับป่า ได้แก่ Butterfly Garden, Insect and Botanical Garden, Wild Flower Garden เป็นต้น Marsh Plants Garden เป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าชายเลน ประกอบไปด้วยสำนักงานจัดการระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ, สนามเด็กเล่นทางนิเวศวิทยา, ห้องเรียนทางธรรมชาติกลางแจ้ง, หอดูนก, สวนดอกและสวนพฤกษศาสตร์ Hangang Riverside Park ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวนป่ากรุงโซล ในบริเวณริมแม่น้ำที่ “Jungnangcheon” และแม่น้ำ “Han River” ไหลมาบรรจบกัน เป็นสวนริมน้ำ ท่าจอดเรือ และพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
    • จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น
    • 20.15 น.เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TW101 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)
    • 00.10 น.ถึงประเทศไทย สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยความประทับใจ
    • ในกรณีที่ต้องออกตั๋วภายใน เครื่องบิน / รถทัวร์ / รถไฟ ก่อนทำการออกตั๋วโดยสาร กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้ง เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนเที่ยวบินหรือเวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า มิเช่นนั้น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการ 
฿13,999.00ราคา