Contact us

111/75 ซ.โพธิ์แก้วแยก 15

แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. 10240

Tel: 02-949-7331, 094-623-2641

  • logo b
  • Peru & Mexico Center
  • Let's Go Indo & India
  • America Center by คนไทย

© 2018 by Bless Wish Travel Intertrade Co.,Ltd.

อินเดีย ชัยปุระ อัครา เดลี [เลทส์โก มนต์เสน่ห์ภาระตะ] 5D3N BY TG JAN-MAY 20

SKU: ZTBW231202

เมืองเดลี – เมืองชัยปุระ - พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ด -พระราชวังกลางน้ำ- ซิตี้ พาเลซ - ฮาวา มาฮาล - วัดพระพิฆเนศ - สามชัยปุระ - แซนด์เบารี-เมืองอัครา - อัครา ฟอร์ท - ทัชมาฮาล - เมืองเดลี - กุตับมีนาร์ - ประตูเมืองอินเดีย – ตลาดพื้นเมืองจันปาท

 


ระยะเวลาท่องเที่ยว : 5 วัน 3 คืน
กำหนดการเดินทาง : ม.ค. - พ.ค. 63
ราคาเริ่มต้น    19,999    บาท

 

รายละเอียดเพิ่มเติมPDF

  • วันแรกสนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) - สนามบินอินทิรา คานธี - เมืองเดลี – เมืองชัยปุระ

    • 04.30 น.นัดหมายคณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2 เคาน์เตอร์ D สายการบิน Thai Airways ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับ และบริการช่วยเหลือเรื่องของกระเป๋าเดินทาง พร้อมทั้งเช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน 
    • 07.35 น.บินลัดฟ้าสู่ สนามบิน อินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG323 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน 
    • 10.35 น.เดินทางถึง สนามบิน อินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที)
    • หรือ
    • 04.00 น.นัดหมายคณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2 เคาน์เตอร์ D สายการบิน Thai Airways ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับ และบริการช่วยเหลือเรื่องของกระเป๋าเดินทาง พร้อมทั้งเช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน 
    • 07.00 น.บินลัดฟ้าสู่ สนามบิน อินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG323 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน 
    • 09.55 น.เดินทางถึง สนามบิน อินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที)
    • **หมายเหตุ: เวลาและเที่ยวบินโปรดตรวจสอบในตารางท้ายรายการ และเนื่องจากทางสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนตางรางเวลาบิน หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วทุกครั้ง **

    กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)

    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) หรือ “นครแห่งชัยชนะ” ได้รับการกล่าวขนานนามว่า “นครสีชมพู” โดยมีที่มาอันเกิดมาจากเมื่อในปี ค.ศ. 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเดิมของบ้านเรือนตนเอง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงไมตรีจิตในการต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) มงกุฏราชกุมารของประเทศอังกฤษ ต่อมาภายหลังในยุคของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward VII) แห่งสหราชอาณาจักร รัฐบาลอินเดียได้มีการออกกฏหมายควบคุมสิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าให้มีการทาสีชมพูทั้งหมด เพราะเหตุนี้จึงทำให้สิ่งก่อสร้างภายในเมืองต่างๆ กลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนยังเมืองชัยปุระ 

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2)

    • นำท่านเข้าสู่ที่พัก...  Park Ocean Hotel หรือเทียบเท่า

    วันที่สองป้อมปราการแอมเบอร์ ฟอร์ด - พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ด -พระราชวังกลางน้ำ- ซิตี้ พาเลซ - ฮาวา มาฮาล -วัดพระพิฆเนศ

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)

    • นำท่านเดินทางสู่ ป้อมปราการแอมเบอร์ ฟอร์ด (Amber Fort) ตั้งอยู่ที่ เมืองอาเมร์ ห่างจากเมือง ชัยปุระไปทางทิศเหนือประมาณ 11 กิโลเมตร สร้างในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 (Raja Man  Singh 1) ทรงรับสั่งให้มีการสร้างป้อมปราการขึ้นในปี ค.ศ. 1592 และได้มีการบูรณะมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่น สวยงามเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หากมีโอกาสได้มาเยือนอินเดียแล้วไม่ควรพลาด  เนื่องจากตั้งอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบ อีกทั้งป้อมปราการแอมเบอร์ ฟอร์ดยังมีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานกันระหว่างศิลปะทางฮินดู และศิลปะราชปุตอันซึ่งทำให้ที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งทุกท่าน ยังสามารถมองเห็นป้อมปราการได้จากระยะทางไกล ด้วยขนาดของกำแพงปราการขนาดใหญ่และมีความแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย และพิเศษสุดๆ ทุกท่านสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตา ได้อย่างชัดเจน เมื่อมองจากบนป้อมปราการ พิเศษ!! นำทุกท่านนั่งรถจิ๊บ เพื่อขึ้นไปยังส่วนของพระราชวัง 
    • ในกรณีที่ลูกค้าต้องการขี่ช้าง ขึ้นไปยังพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ดสามารถแจ้งทางหัวหน้าทัวร์ได้ โดยเพิ่มเงินท่านละ ประมาณ 12 USD/เที่ยว 
    • ความสวยงามของ พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ด ภายในแบ่งเป็นทั้งหมดได้ 4 ชั้น แต่ละชั้นจะคั่นด้วยทางเดิน ภายในเป็นหมู่พระที่นั่ง สร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน หมู่พระที่นั่งภายในป้อม ประกอบด้วยท้องพระโรง ท้องพระโรงส่วนพระองค์ พระตำหนักซึ่งเป็นห้องทรงประดับกระจกสำหรับมหาราชา ตำหนักอยู่บนชั้นสอง สวนสวยจัดเป็นรูปดาวแฉกแบบโมกุลคั่นระหว่างอาคาร และพระตำหนักที่ใช้การปรับอากาศภายในพระตำหนักให้เย็นลงด้วยการทำให้ลมเป่าผ่านรางน้ำตกที่มีอยู่โดยรอบ เพราะเหตุนี้จึงทำให้ภายในตำหนักนี้มีอากาศเย็นอยู่เสมอ 
    • นำท่านแวะเก็บภาพประทับใจคู่ พระราชวังกลางน้ำ (Jal Mahal) เป็นพระราชวังขนาดใหญ่ ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมและรูปวาดศิลปะวัฒนธรรมแบบอินเดีย สร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบแมนซาการ์ ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาอราวัลลี เป็นทำเลที่ดีที่สุดในเมือง เพราะสามารถเห็นวิวได้โดยรอบพระราชวัง และตัวพระราชวังก็จะสะท้อนกับผืนน้ำเพิ่มความงดงามให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่จะมีแสงสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของพระราชวังนั้นมองภายนอกจะเห็นเพียงแค่สองชั้น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีชั้นซ่อนอยู่ด้านล่างใต้น้ำอีกด้วย พระราชวังถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง ปัจจุบันที่นี่อนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้โดยทางเรือเท่านั้น และภายในวังยังมีภาพวาดที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สถาปัตยกรรมภายนอกและภายในรวมถึงระเบียง มีการก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เป็นพระราชวังกลางน้ำอันสุดตา และถือเป็นสมบัติที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในประเทศ
    • นำท่านเดินทางสู่ ซิตี้ พาเลซ (City Palace) หรือที่รู้จักกันในนาม “พระราชวังหลวง” ตั้งอยู่บริเวณถนน ฮาวา มาฮาลบาซ่าร์ (Hawa Mahal Bazar) สร้างขึ้นในสมัยมหาราชสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เดิมพระราชวังนี้เป็นพระราชวังของ มหาราชใจสิงห์ แต่ปัจจุบันนี้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum ภายในพิพิธภัณฑ์มีหลายจุดที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย 4 จุดด้วยกัน ได้แก่ จุดที่หนึ่งคือในส่วนพระราชวัง จุดที่สองในส่วนของพิพิธภัณฑ์ (ที่จัดแสดงเกี่ยวกับฉลองพระองค์ของกษัตริย์ และมเหสี ที่แสดงให้เห็นถึงความปราณีต การตัดเย็บได้อย่างสวยงาม) จุดที่สามในส่วนของจำพวกอาวุธ และชุดศึกสงคราม และในจุดที่สี่ จะแสดงในส่วนของศิลปะของภาพวาด ภาพถ่าย ราชรถ และพรมโบราณ ที่ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ และอีกหนึ่งไฮท์ไลท์คือหม้อน้ำขนาดใหญ่มหึมา จำนวน 2 ใบ ทำจากโลหะเงิน สูง 1.50 เมตร ถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลก

    กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)

    • หลังจากนั้นพาทุกท่านไปยัง ฮาวา มาฮาล (Hawa Mahal) หรือรู้จักกันในนาม “พระราชวังแห่งสายลม” ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญอีกหนึ่งแห่ง ของประเทศอินเดียที่จักต้องมาเยือน พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองชัยปุระ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) และได้รับการออกแบบขึ้นมาโดยสถาปนิกที่ชื่อว่า ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) ซึ่งสถาปัตยกรรมของฮาวา มาฮาล ถอดแบบมาจากรูปทรงมงกุฏของพระนารายณ์ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้น และมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ที่สร้างมาจากหินทรายสีแดงสด อีกทั้งยังมีการฉลุหินทำให้เป็นช่องหน้าต่างมีลวดลายเล็กๆละเอียดยิบ จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้มีช่องหน้าต่างถึง 953 บาน แต่หน้าต่างของพระราชวังจะถูกสร้างปิดไว้ด้วยหินทรายฉลุ ทำให้นางในฮาเร็มพระสนมที่อยู่ด้านในสามารถมองผ่านข้างในมาด้านนอกได้ แต่คนจากทางด้านนอกจะไม่สามารถมองผ่านเข้ามาด้านในได้ และที่สำคัญด้วยลักษณะการสร้างแบบนี้ทำให้เกิดช่องแสงและช่องลม ซึ่งเป็นที่มาของ “พระราชวังแห่งสายลม”
    • นำท่านเดินทางสู่ วัดพระพิฆเณศ (Ganesh temple) สร้างขึ้นโดย เสธอึ๊ง รามปาลีวาล ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้วยความเป็นมงคลขององค์พระพิฆเนศวร นับเป็นไฮไลท์สำคัญที่มีผู้คนทั้งใน และนอกเมืองชัยปุระต่างนิยมเข้าชมเคารพบูชา เพื่อเป็นมงคลในชีวิตประจำวัน และเพื่อค้นหาของความสุขนิรันดร์ พระพิฆเนศช้างหัวเทพในศาสนาฮินดูถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความเป็นมงคล ภูมิปัญญาความรู้และความมั่งคั่ง

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (5)

    • นำท่านเข้าสู่ที่พัก...  Park Ocean Hotel หรือเทียบเท่า

    วันที่สามชัยปุระ - แซนด์เบารี-เมืองอัครา - อัครา ฟอร์ท 

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6) 

    • นำท่านเดินทางสู่ แชนด์เบารี (Chand Baori) หรือแชนด์โบริ ตั้งอยู่ที่ รัฐ Rajasthan ทางตะวันตกของ ประเทศอินเดีย ใกล้กับหมู่บ้านอะบาห์เนรี ในเขตดาอุษา ที่มาที่ไปของ บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณ แห่งนี้ เกิดจากปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ในช่วงศตวรรษที่ 9 กษัตริย์ Chanda จึงรวบรวมชาวเมืองมาร่วมด้วยช่วยกันสร้างบ่อน้ำขึ้น เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ โดยขุดบ่อลึกถึง 100 ฟุต ขนาดสูง 13 ชั้น มีจำนวนขั้นบันไดทั้งหมด 3,500 ขั้น บ่อน้ำ แชนด์ เบารี ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการวางแผนและการจัดการที่ดีของคนในยุคโบราณ

    กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)

    • นำทุกท่านเดินทางไปยัง เมืองอัครา (Agra) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) อดีตเมืองหลวงของประเทศอินเดีย มีชื่อเรียกว่า “ฮินดูสถาน” อัครา เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ อันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย และที่สำคัญเมืองอัคราถือว่าเป็นสถานที่ตั้ง “อนุสรณ์สถานแห่งความรัก” หรือ “ทัชมาฮาล”  
    • บ่ายนำท่านเดินทางสู่ อัครา ฟอร์ท (Agra Fort) อีกหนึ่งสถานที่แหล่งมรดกโลกที่ควรค่าแก่การมาเยือน อัครา ฟอร์ท พระราชวังที่ถือว่ายิ่งใหญ่ เพราะใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึงสามยุคด้วยกัน ของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล เป็นกำแพงสองชั้นและป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สถาปัตยกรรมตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายสีแดง โดยกษัตริย์อัคบาร์ และที่แห่งนี้ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (8)

    • นำท่านเข้าสู่ที่พัก... Howard The Fern Hotel หรือเทียบเท่า

    วันที่สี่ทัชมาฮาล - เมืองเดลี - กุตับมีนาร์ - ประตูเมืองอินเดีย – ตลาดพื้นเมืองจันปาท - ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี

    • นำท่านเดินทางสู่ ทัชมาฮาล (Taj Mahal) หรืออนุสรณ์สถานแห่งความรัก สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคปัจจุบัน ที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งก่อเกิดพลังแห่งความรัก ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน ทัชมาฮาล ถือเป็นสุสานหินอ่อนที่ผู้คนต่างยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่งดงาม และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบัน ทัชมาฮาล ถือว่าเป็นแหล่งมรดกโลก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญ ที่บอกเล่าเกี่ยวกับความรักที่เป็นอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัช สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 จากนั้นหัวหน้าทัวร์ 
    • นำทุกท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศ และไว้อาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป พร้อมกับนำทุกท่านถ่ายรูปภาพกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง พาทุกท่านเยี่ยมชมภายในอาคารที่มีการสร้างมาจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ มีการประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหินถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย อาคารตรงกลางเป็นรูปโดมที่มีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัช มาฮาล และพระเจ้าชาห์จาฮัน ที่ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ พิเศษ!! 
    • นำทุกท่านชมพระอาทิตย์ขึ้น สัมผัสความงดงามแสงแรกของยามเช้า ** (หมายเหตุ: ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน อาทิเช่น หมอกหนา ฝนตก เป็นต้น ซึ่งอาจจะทำให้ทุกท่านไม่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้) **

    เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)

    • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดลี (Delhi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ถือเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งออกเป็น 2 เขต ได้แก่ เขตเดลีเก่า และเขตนิวเดลีใหม่ หรือนิวเดลี ซึ่งที่นี่ประกอบไปด้วยโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ สวน ร้านค้า การแสดง อาหาร หมู่บ้านเก่าแก่ หมู่โบราณสถาน 

    กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารไทย (10)

    • นำท่านเดินทางสู่ กุตับมีนาร์ (Qutub Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในกรุงเดลี มีความสูงประมาณ 72.5 เมตร หรือ 237.8 ฟุต เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงนิวเดลี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1993 สร้างด้วยหินทรายแดง (เช่นเดียวกับสุสานหุมายูน) และหินอ่อนเป็นทรงเสาสูงปลายฐานกว้าง 14 เมตรเศษ ส่วนชั้นบนสุดยอดกว้าง 2.7 เมตร มีความสูง 72.5 เมตร (ประมาณตึกสูง 20 ชั้น) ภายในมีบันไดวนไปถึงยอดรวม 379 ขั้น
    • นำท่านผ่านชม ประตูเมืองอินเดีย (India Gate) ประตูเมืองแห่งนี้สูง 43.3 เมตร ซุ้มโค้งของประตูกว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร สร้างโดยใช้หินทรายแดงแท่งทึบ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในงานวันสำคัญต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ประตูเมืองแห่งนี้จะเห็นลายสลักชื่อของทหารที่ตายในสนามรบ โดยชื่อที่สลักไว้เป็นชื่อของทหารและข้าราชการชาวอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีพในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟฆัน ครั้งที่ 3 ด้านบนยอดของประตูสร้างเพื่ออุทิศให้แก่ทหารที่หายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย 
    • พาท่านช้อปปิ้ง ตลาดพื้นเมืองจันปาท ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับสินค้าพื้นเมืองมากมาย อาทิ ผ้าพันคอ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องเงิน ของตกแต่งบ้านสไตล์อินเดีย ของแฮนด์เมด ราคาถูก รับรองว่าทุกท่านจะไม่ผิดหวังเพราะที่ตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนพาหุรัดเมืองไทย

    ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (11)

    • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
    • 23.30 น.บินลัดฟ้ากลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG316 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

    วันที่ห้าสนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)

    • 05.25 น.คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
    • หรือ
    • 00.20 น.บินลัดฟ้ากลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG316 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
    • 05.45 น.คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
    • เวลาและเที่ยวบินโปรดตรวจสอบในตารางท้ายรายการ และเนื่องจากทางสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนตางรางเวลาบิน หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วทุกครั้ง 
฿19,999.00ราคา